ชาวนครพนมขุดพบกลองสำริดคาดอายุ2,000ปี

ฮือฮาชาวนครพนม ขุดพบกลองสำริดคาดอายุ 2,000 ปี เป็นกลองสัมฤทธิ์ที่ใช้ตีในยุคโบราณประกอบพิธีกรรมต่างๆ ที่ จ.นครพนม ได้มีชาวบ้านแตกตื่น ทยอยเดินทางไปขอโชคลาภ หลังทราบข่าวว่า มีการขุดค้นพบกลองโลหะสำริดโบราณ ที่บ้านเลขที่ 161 หมู่ 11 บ้านคำอ้อม ต.นาคู่ อ.นาแก จ.นครพนม ทราบชื่อเจ้าของบ้านคือ นายวิไล ศรีแสน อายุ 52 ปี โดยภายหลังการค้นพบ มี นายจันทา ลาดบาศรี อายุ 60 ปี ผู้ใหญ่บ้านคำอ้อม หมู่ 11 ต.นาคู่ อ.นาแก จ.นครพนม ได้ นำชาวบ้าน ประกอบพิธี ถวายเครื่องสักการบูชา ดอกไม้ธูปเทียน ตามความเชื่อ เพื่อเป็นการขอพรรับโชคลาภ ยิ่งเป็นช่วงใกล้วันหวยออกต่างมีชาวบ้านเดินทางไปกราบไหว้ขอหวย กันคึกคัก

โดยจากการสอบถาม นายจันทา เปิดเผยถึงที่มาของกลองโบราณ ว่า ขณะที่ นายวิไล ลูกบ้าน ได้ซื้อดินจากผู้รับจ้างขุดดินขาย มาถมที่บริเวณบ้าน จากนั้นได้ได้พบว่า มีสิ่งแปลกปลอมติดมาด้วย พบว่าเป็นกลองโบราณ ตรวจสอบจากข้อมูลที่เคยค้นพบ เรียกว่า กลองพระอบ โบราณ ซึ่งเป็นวัตถุทำขึ้นด้วยสำริด มีรูปร่างคล้ายกับพาน หรือกลอง ด้านในเป็นโพรง มีความสูงขนาด 30 เซนติเมตร ปากด้านบนปิดทึบ

นอกจากนี้บริเวณปากด้านบนที่เป็นเสมือนหน้ากลอง มีรูปปั้นสัตว์เป็นกบ จำนวน 4 ตัว ติดอยู่บนขอบรอบหน้ากลอง เชื่อว่าเป็นการสร้างขึ้นตามความเชื่อโบราณ และยังมีเส้นลวดลายนูนต่ำรอบตัวกลอง ถือว่ามีความประณีตสวยงาม ทดลองตีมีลักษณะดังกังวล มีรอยชำรุดฉีกขาดตามสภาพบริเวณฐานบางส่วน จากการตรวจสอบข้อมูลเชื่อกันว่า เป็นกลองโบราณ เคยมีการขุดพบหลายครั้งในพื้นที่ภาคอีสาน หรือเรียกว่ากลองพระอบโบราณ ซึ่งจะเป็นกลองสัมฤทธิ์ที่ใช้ตีในยุคโบราณ เพื่อเป็นสัญญาณในการบอกกล่าวเรื่องราว หรือเป็นการตีในการประกอบพิธีกรรมต่างๆ สันนิษฐานว่าจะเป็นยุคการก่อสร้างองค์พระธาตุพนม อายุเก่าแก่ราว 2,000 ปี

รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ! 2 ด.ช.พังห้องเรียนเละ เสียหายกว่า 4 หมื่น พ่อแม่ร่ำไห้ยอมชดใช้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.เศวต เศวตวิวัฒน์ ผกก.สภ.พยุห์ จ.ศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากคณะครู ร.ร.บ้านหนองม่วงหนองแต้ ต.พยุห์ อ.พยุห์ จ.ศรีสะเกษ ว่า มีคนร้ายบุกเข้าไปพังทำลายทรัพย์สินภายในห้องเรียนชั้น ป.6 มีทรัพย์สินในห้องเรียนเสียหายยับเยิน จึงได้สั่งการให้ ร.ต.อ.กิตติธัช จันทะเสน พนักงานสอบสวน สภ.พยุห์ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ไปทำการตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึงที่เกิดเหตุพบว่า เป็นอาคารเรียนชั้นเดียวยกพื้นสูง ประมาณ 60 ซ.ม. และจากการตรวจสอบภายในห้องเรียนชั้น ป.6 พบว่า ทรัพย์สินซึ่งส่วนมากเป็นหนังสือเรียน คอมพิวเตอร์ และสื่อการเรียนการสอนถูกรื้อค้นกระจัดกระจายเต็มห้อง และมีการนำเอาหมึกคอมพิวเตอร์มาทาตามบริเวณต่างๆ ลักษณะคล้ายกับเป็นการกระทำของเด็กหรือคนวิกลจริต

จากการสอบสวนเบื้องต้น ในห้วงเวลาดังกล่าวนี้เป็นช่วงที่ทางโรงเรียนพากันไปทัศนศึกษานอกพื้นที่ และไม่มีใครอยู่เฝ้าโรงเรียน จึงทำให้มีคนร้ายคาดว่ามีไม่น้อยกว่า 2 คน งัดหน้าต่างห้องเรียนเข้ามาภายในห้อง และทำลายทรัพย์สินของโรงเรียนพังเสียหายยับเยิน

ซึ่งต่อมาจากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนแล้ว คนร้ายเป็นเด็กชาย 2 คน คือ ด.ช.เอ (นามสมมติ) อายุ 8 ขวบ และ ด.ช.บี (นามสมมติ) อายุ 9 ขวบ เป็นเด็กนักเรียนชั้น ป.3 และ ป.4 ของ โรงเรียนแห่งหนึ่งในตัวเมือง จ.ศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ไปทำการควบคุมตัวมาทำการสอบสวนที่ สภ.พยุห์ ซึ่งได้มีการแจ้งให้ผู้ปกครองของเด็กทั้งสองคนได้รับทราบ และไปทำการสอบสวนที่ สภ.พยุห์
ทั้งนี้ เด็กทั้งสองคนให้การรับสารภาพว่า ได้ทำการงัดหน้าต่างเข้าไปรื้อค้นทำลายทรัพย์สินของโรงเรียนจริง เนื่องจากต้องการเล่นสนุกตามประสาเด็ก โดยไม่คิดว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการทำผิด ทำลายทรัพย์สินของทางราชการเสียหายแต่อย่างใด

ซึ่งทางโรงเรียนได้ประมาณการค่าเสียหายแล้ว จำนวนทั้งสิ้น 60,000 บาท ซึ่งเมื่อพ่อแม่ของเด็กทั้งสองคนได้รับทราบแล้วถึงกับร่ำไห้ออกมา เนื่องจากทำงานเป็นลูกจ้างโรงงานทำน้ำแข็งแห่งหนึ่ง ส่วนพ่อไม่ได้ทำงานอะไร ชอบดื่มเหล้าเป็นประจำ

ต่อมาได้มีการเจรจาต่อรองกันจนเหลือค่าเสียหายเพียง 40,000 บาท ซึ่งพ่อแม่ของเด็กทั้งสองคนได้ยอมรับชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานตามกฎหมาย

ผกก.สภ.พยุห์ กล่าวว่า ความผิดของเด็กทั้งสองคนนั้นเป็นการกระทำที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ เป็นการทำลายทรัพย์สินของทางราชการได้รับความเสียหาย ซึ่งเป็นความผิดที่ยอมความกันได้ เมื่อทั้งสองฝ่ายสามารถตกลงค่าเสียหายกันได้ ก็ไม่ต้องดำเนินคดีตามกฎหมายแต่อย่างใด

“เดวิด คิเบ็ท” ปอดเหล็กเคนย่าป้องแชมป์วิ่ง 10 ไมล์ “ธัญญปุระภูเก็ต”

สิ่งที่พิเศษกว่ารายการวิ่งอื่นๆก็คือมีการคิดระยะทางเป็น “ไมล์” ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากการแข่งขันในสมัยโบราณของประเทศกรีซ ในสมัยที่นักกีฬาโอลิมปิกวัดระยะทางวิ่งเป็นหน่วยฟุตและไมล์ (ระยะทางวิ่งมาราธอนในสมัยกรีกโบราณคือ 26 ไมล์ กับ 385 หลา)
และแน่นอน กระแสตอบรับจากบรรดานักวิ่งถือว่าดีเช่นเคย เมื่อมีนักวิ่งปอดเหล็กจากทั่วสารทิศให้ความสนใจสมัครเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้มากกว่า 2,500 คน ทำให้เต็มในเวลาเพียงไม่นาน นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจาก ดร.โชคชัย เดชอมรธัญ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการแข่งขัน ร่วมด้วย นายโทนี่ มอร์ตัน กก.ผจก.ใหญ่ ซูเปอร์สปอร์ต และ นายเปาโล แรนดอน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ธัญญปุระ ภูเก็ต ท่ามกลางนักวิ่งทั้งชาวไทยและต่างชาติ กว่า 2,500 คน รวมถึงมีคนดังจากวงการต่างๆ อาทิ ลูกเกด-เมทินี กิ่งโพยม นางแบบนักแสดงและพิธีกรคนดังที่มาร่วมสร้างสีสันด้วย

โดยไฮไลท์อยู่ที่ประเภทวิ่ง 10 ไมล์ (16 กม.) สำหรับแชมป์ประเภทโอเวอร์ออล ชาย เป็นของ เดวิด คิเบ็ท แชมป์เก่าจากเคนย่า ทำเวลาได้ 52.03 นาที ส่วนอันดับ 2 เดวิด เชปโคนี่ (เคนย่า) เวลา 54.42 นาที และอันดับ 3 อันเดรียส เดรเอทซ์ (เยอรมนี) เวลา 56.42 นาที ด้านแชมป์โอเวอร์ออล หญิง ได้แก่ แคโรไลน์ มิเท จากเคนย่า 1.04.04 ชั่วโมง อันดับ 2 เอธิโอเปีย เกเบรเมสเกล (เอธิโอเปีย) 1.07.04 ชั่วโมง และอันดับ 3 วิเวียน ถัง (เวียดนาม) 1.07.23 ชั่วโมง
ขณะที่แชมป์คนไทย ฝ่ายชาย เป็นของ ฐานิส กันภัย ทำเวลาได้ 1.07.05 ชั่วโมง อันดับ 2 วัฒนา เส้นทอง เวลา 1.07.14 ชั่วโมง อันดับ 3 พันเทพ ปัญญาวันทนี เวลา 1.08.04 นาที ส่วนฝ่ายหญิง แชมป์เป็นของ วิไลวรรณ ขำพิทักษ์ นักวิ่งสาวอดีตดีกรีทีมชาติไทย ทำเวลาได้ 1.11.34 ชั่วโมง อันดับ 2 สุชาฎา วัฒนเวส เวลา 1.19.53 นาที และอันดับ 3 ปิยนุช โปร่งพันธ์ เวลา 1.22.13 ชั่วโมง

ดร.โชคชัย เดชอมรธัญ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า การแข่งขันวิ่งรายการนี้ นับเป็น 1 ใน 2 รายการใหญ่ที่ทางจังหวัดภูเก็ตได้ดำเนินการเอง ซึ่งร่วมกับ บริษัท ซี อาร์ ซี สปอร์ต จำกัด ผู้บริหารร้านกีฬาซูเปอร์สปอร์ต และธัญญปุระ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 ซึ่งประสบความสำเร็จมาก จากปีที่แล้วที่มีนักกีฬาเข้ามาสมัครเพียงพันกว่าคน แต่ปีนี้เพิ่มขึ้นมาเป็น 2,500 คน และคาดหวังว่าปีหน้าจะมากขึ้นกว่านี้ ก็ถือเป็นรายการที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก
ดร.โชคชัย กล่าวต่อว่า ทางจังหวัดภูเก็ตพร้อมสนับสนุนเรื่องการจัดกีฬาในลักษณะนี้ ซึ่งเป็นการจัดกีฬาเพื่อการท่องเที่ยว และมุ่งเน้นที่จะเป็นสปอร์ตฮับด้วย โดยหวังว่าในปีต่อๆ ไป จะมีนักกีฬาทั้งหน้าเดิมที่เดินทางกลับมาแข่งอีกครั้ง รวมถึงนักกีฬาหน้าใหม่ที่จะเพิ่มเติมเข้ามาอีก เพื่อช่วยสร้างรายได้ด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬาให้กับจังหวัดภูเก็ตต่อไป และโดยปกติแล้ว ธัญญปุระก็เป็นสถานที่ที่รองรับนักกีฬา เพราะมีทั้งศูนย์ออกกำลังกายต่างๆ และจากการจัดกีฬา คาดว่าจะช่วยสร้างรายได้ให้กับจังหวัดภูเก็ตไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท

ด้าน ฐานิส แชมป์ประเภทชาย คนไทย กล่าวว่า ปีนี้เดินทางมาแข่งเป็นครั้งแรก ซึ่งจากที่ได้ร่วมแข่งขันแล้วรู้สึกว่าเป็นรายการที่มีมาตรฐานในการจัดการแข่งขันสูงมาก เส้นทางในการวิ่ง บรรยากาศ ถือว่าดีทั้งหมด ส่วนผลงานของตัวเองก็ถือว่าน่าพอใจ และหากว่ามีโอกาสก็อยากที่จะเดินทางมาแข่งอีกแน่นอน
ส่วน วิไลวรรณ แชมป์ประเภทหญิง คนไทย กล่าวว่า เป็นการแข่งขันครั้งที่ 2 ของตัวเอง ซึ่งการจัดมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น และมีระบบจัดการที่ดี ทำให้อยากมาแข่งขันอีกเรื่อยๆ ส่วนผลงานของตัวเองในครั้งนี้ก็เป็นไปตามสภาพร่างกาย แม้ว่าจะไม่ได้ซ้อมมากนัก แต่ก็ทำให้มีสถิติทีดีขึ้น ปีต่อไปหากไม่ชนกับรายการอื่นๆ ก็พร้อมจะมาแข่งขันแน่นอน

“สปอร์ต ไทย-บาวาเรีย” จับมือ “บาเยิร์น มิวนิค” นำหลักสูตรพัฒนาทักษะฟุตบอล 12 ระดับสู่เด็กไทย

“สปอร์ต ไทย-บาวาเรีย” ผนึกกำลังหน่วยงานการศึกษาภาครัฐ จัดหลักสูตรทักษะฟุตบอล 12 ระดับโดย “เอฟซี บาเยิร์น มิวนิค”สอนนักเรียนไทยอายุ 7-18 ปี ทั่วประเทศ โดยมีกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย และสถาบันการพลศึกษา ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง พร้อมไฟเขียวพัฒนาฟุตบอลเยาวชนไทย เตรียมส่งครูพละฝึกอบรมทักษะแข้งไทยเทียบระดับอินเตอร์ กับเทรนเนอร์จาก “ทีมเสือใต้

บริษัท สปอร์ต ไทย-บาวาเรีย จำกัด จัดงานแถลงข่าวพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกัน ระหว่าง บริษัท สปอร์ต ไทย-บาวาเรีย จำกัด กับสโมสรฟุตบอล เอฟซี บาเยิร์น มิวนิค (FC Bayern Munich) และพันธมิตรภาครัฐ นำโดยกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย และสถาบันการพละศึกษา ในการนำหลักสูตรพัฒนาทักษะฟุตบอล 12 ระดับ FC Bayern 12 Level Kurs จากสโมสรฟุตบอล บาเยิร์น มิวนิค เพื่อไปใช้ในการเรียนการสอนระดับโรงเรียน โดยงานแถลงข่าวและพิธีเซ็นสัญญาความร่วมมือจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 23 มีนาคม 2560 ณ Atrium Hall ศูนย์การค้า SHOW DC พระราม 9 กรุงเทพฯ

ทั้งนี้ ตัวแทนผู้ร่วมลงนามนำโดย นายวินิจ เลิศรัตนชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท สปอร์ต ไทย-บาวาเรีย จำกัด นายประเสริฐ บุญเรือง รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ดร.ประกิต หงส์แสนยาธรรม รองอธิการบดีสถาบันการพลศึกษา และ มร.เยิร์ก วอร์กเกอร์ (Mr.Jörg Wacker) คณะกรรมการบริหารฝ่ายนานาชาติและกลยุทธ์ สโมสรฟุตบอลบาเยิร์น มิวนิค  สำหรับหลักสูตร “FC Bayern 12 Level Kurs” ได้รับการพัฒนาจากเจ้าหน้าที่ผู้ฝึกสอนนักกีฬาระดับเยาวชนจากสโมสรฟุตบอลบาเยิร์น มิวนิค ซึ่งเป็นผู้มีประสบการณ์ในการฝึกสอนให้แก่เยาวชน ที่ปัจจุบันได้ก้าวเป็นนักกีฬาอาชีพระดับโลก ร่วมกับ โค้ช UEFA A-License ชาวเยอรมัน จากบริษัท สปอร์ต ไทย-บาวาเรีย จำกัด โดยได้มีการพัฒนาและวางระบบการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับเยาวชนไทย ทั้งนี้ หลักสูตรดังกล่าวประกอบด้วยการฝึก 12 ระดับ เริ่มตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยเป็นหลักสูตรที่ปรับให้มีเนื้อหาที่เข้าใจง่าย มุ่งเน้นปลูกฝังความรู้ด้านการเตรียมตัวเพื่อเป็นนักกีฬาอาชีพ อีกทั้งยังมีรูปแบบการฝึกซ้อมที่เยาวชนสามารถนำไปฝึกฝนต่อยอดด้วยตนเองนอกเวลาอบรมได้ด้วย ซึ่งจะนำมาซึ่งพัฒนาเยาวชนไทยเพื่อก้าวสู่ความเป็นมืออาชีพต่อไป

ทั้งนี้ นอกจากกิจกรรมการแถลงข่าวและพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงร่วมกันแล้ว กิจกรรมในงาน ยังมีการสาธิตการฝึกสอนทักษะฟุตบอล โดย มร.เซบาสเตียน เดรมม์เลอร์ ( Mr.Sebastian Dremmler) หัวหน้าผู้ฝึกสอนเยาวชนโครงการนานาชาติ สโมสรฟุตบอลบาเยิร์น มิวนิค พร้อมด้วยบุคคลที่มีชื่อเสียงและนักแสดงไทยชื่อดังที่ชื่นชอบกีฬาฟุตบอล และสโมสรเอฟซี บาเยิร์น มิวนิค มาร่วมในงานด้วย

นายวินิจ เลิศรัตนชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท สปอร์ต ไทย-บาวาเรีย จำกัด กล่าวว่า “สืบเนื่องจากความร่วมมือระหว่าง บริษัท สปอร์ต ไทย-บาวาเรีย กับ สโมสรฟุตบอลบาร์เยิร์น มิวนิค ซึ่งได้ร่วมกันจัดกิจกรรม FC Bayern Youth Cup Thailand 2016 และ 2017 เฟ้นหาเยาวชนเดินทางไปแข่งขันยังประเทศเยอรมนี ซึ่งโครงการดังกล่าวประสบความสำเร็จและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ทางบริษัทฯ จึงมีความตั้งใจ ที่จะนำความร่วมมือดังกล่าวมาพัฒนาต่อยอดให้เกิดประโยชน์แก่การพัฒนาเยาวชนไทยในระยะยาว จึงได้ร่วมพัฒนาหลักสูตร “FC Bayern 12 Level Kurs” กับทางสโมสรฯ โดยมุ่งพัฒนาเยาวชนไทย ผ่านระบบการศึกษาอย่างจริงจัง ซึ่งโครงการนี้ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการกำกับดูแลโรงเรียนและระบบการเรียนการสอน รวมถึงสถาบันการพลศึกษา ซึ่งเป็นแหล่งพัฒนาบุคลากรทางด้านกีฬาและผู้ฝึกสอนของประเทศ ให้การตอบรับในการนำหลักสูตรดังกล่าวไปใช้ในการสร้างพื้นฐานทักษะกีฬาฟุตบอลให้กับเยาวชนและนักเรียนไทย
ในส่วนของการสนับสนุนโครงการนี้ ทาง บริษัท สปอร์ต ไทย-บาวาเรีย จำกัด กำลังดำเนินการก่อสร้างสปอร์ต คอมเพล็กซ์ แห่งใหม่ เพื่อรองรับการอบรมและการฝึกสอนบุคคลากรจากโรงเรียนต่างๆ ตามโครงการความร่วมมือที่เกิดขึ้น โดยจะแล้วเสร็จภายในปี พ.ศ.2561 ทั้งนี้ ในด้านการฝึกอบรม ปัจจุบันมีโค้ชผู้ฝึกสอนที่ผ่านการอบรมในโครงการเพื่อนำหลักสูตร FC Bayern Level Kurs ไปใช้ในสถานศึกษากว่า 1,000 คน และภายใน 4 ปีข้างหน้า ตั้งเป้าหมายในการฝึกอบรมผู้ฝึกสอนจำนวน 20,000 คนจากทั่วประเทศ

นายประเสริฐ บุญเรือง รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวนี้ถือเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการพัฒนาทักษะด้านการกีฬาของนักเรียนนักศึกษา โดยทางกระทรวงฯ พร้อมไฟเขียวสนับสนุนโครงการดังกล่าว ในการพัฒนาทักษะผู้ฝึกสอนหรือโค้ช เพื่อที่จะนำมาต่อยอดพัฒนาฝึกฝนนักเรียน นักศึกษา ตั้งแต่ระดับอายุ 7 ปีขึ้นไปจนถึงอายุ 18 ปี โดยทางกระทรวงฯ พร้อมคัดสรรบุคลากรครูในวิชาพละศึกษา มาเข้าอบรมตามโครงการดังกล่าวทั้งสิ้น 12 ระดับชั้น ทั้งนี้ทางกระทรวงฯ มีความยินดีที่หน่วยงานภาคเอกชนได้เล็งเห็นคุณค่าทางการศึกษาไทย และนำหลักสูตรดังกล่าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการเรียนการสอน กีฬาฟุตบอล โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายอีกด้วย

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นประวัติศาสตร์ของวงการการศึกษาไทย ในรูปแบบก้าวกระโดด เนื่องจากโครงการนี้จะช่วยสร้างเสริมและสนับสนุนทักษะด้านกีฬาฟุตบอลไทยให้เทียบกับมาตรฐานสากลอย่างอย่างยั่งยืน โดยหลักสูตรดังกล่าวนี้ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อให้ผู้ฝึกสอนหรือครูพลศึกษานำไปฝึกสอนนักเรียนในโรงเรียนอย่างถูกต้องตามแบบฉบับการฝึกของฟุตบอลสโมสรชื่อดังอย่างบาเยิร์น มิวนิค โดยจะเป็นการเพิ่มมาตรฐาน และสามารถสร้างนักฟุตบอลไทยให้ฝีมือทัดเทียมกับนักฟุตบอลในระดับสากลมากยิ่งขึ้น อีกทั้งเป็นการเสริมสร้างการปลูกฝังพื้นฐานด้านการกีฬา เพื่อเยาวชนได้มีการพัฒนาสุขภาพร่างกายและจิตใจ ตามนโยบายหลักของกระทรวงด้านการ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” อีกด้วย

ดร.ประกิต หงส์แสนยาธรรม รองอธิการบดีสถาบันการพลศึกษา กล่าวว่า โรงเรียนกีฬาในสังกัดของทางสถาบันการพลศึกษา มีทั้งสิ้น 11 แห่ง ส่วนวิทยาลัยพละศึกษา ซึ่งยกมาเป็นสถาบันการพละศึกษา มีทั้งหมด 17 วิทยาเขต โดยเป็นการจัดการศึกษาในระดับอุดมศึกษา หรือในระดับปริญญาตรีขึ้นไป และเนื่องจากทางสถาบันฯ เป็นหน่วยงานทางการศึกษาเฉพาะทาง ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับการจัดการศึกษาและผลิตบุคลากรทางด้านพละศึกษาและกีฬาเป็นหลัก ทั้งนี้ หลักสูตร FC Bayern 12 Level Kurs ดังกล่าวนี้ จะนำมาใช้เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับพื้นฐาน เพื่อสามารถพัฒนาเยาวชนในทิศทางเดียวกัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการหลอมรวมทีมต่างๆ ความรู้ความเข้าใจของเยาวชนก็จะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และสามารถพัฒนาสู่ความสำเร็จในระดับชาติต่อไป

ด้านมร.เยิร์ก วอร์กเกอร์ (Mr.Jörg Wacker (คณะกรรมการบริหารฝ่ายนานาชาติและกลยุทธ์ สโมสรฟุตบอลบาเยิร์น มิวนิค กล่าวว่า “ทางสโมสรฯ มีความตระหนักถึงความสำคัญของการฝึกสอนเยาวชนเพื่อพัฒนาสู่ความเป็นมืออาชีพทางด้านฟุตบอล ทั้งนี้ จากการที่ทางสโมสรฯ ได้จัดให้มีการฝึกอบรมทักษะฟุตบอลตามแนวทางของบาเยิร์น มิวนิค มาโดยตลอด จึงมีประสบการณ์ที่สั่งสมมาเป็นระยะเวลานาน อย่างไรก็ตาม การพัฒนาหลักสูตรสำหรับการเรียนการสอนในโรงเรียนครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่ทางสโมสรฯ ได้นำหลักสูตรการอบรมมาเผยแพร่ในต่างประเทศ โดยทางสโมสร เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์และสามารถพัฒนามาตรฐานฟุตบอล ซึ่งรวมไปถึงวิธีการคิดและมุมมองของโค้ชผู้ฝึกสอน โดยจะสามารถช่วยพัฒนาทักษะฟุตบอลของเยาวชนไทยเพื่อก้าวสู่ระดับนานาชาติต่อไป

จับอีกบ่อนการพนันกลางหมู่บ้าน ของกลางไพ่ 130 สำรับ

สิบเอกเชษฐา ขาวประเสริฐ นายอำเภอโพธิ์ตาก พร้อมด้วย ร.อ.ชวดล เสียงสนั่น นายทหารกิจการพลเรือน กองกำลังรักษาความสงบจังหวัดหนองคาย, ร.อ.อนุชา ศรีอำไพรวรากรณ์ ผบ.ร้อยรักษาความสงบจังหวัดหนองคาย ร.ต.สังเวียน แสงพูล หัวหน้า ชปพท.ร.13 พัน 1 ร่วมกับ พ.ต.ท.ณรงค์ ตันดี รอง ผกก.สส.สภ.โพธิ์ตาก พ.ต.ท.เมธี ดีบุรี สว.สส.สภ.โพธิ์ตาก พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทหาร กกล.รส.จังหวัดหนองคาย ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพธิ์ตาก จำนวนหนึ่ง เข้าปิดล้อมจับกุมนักพนันที่กำลังล้อมวงเล่นไพ่กัน 2 วง เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ กลุ่มนักพนันเห็นต่างวิ่งแตกฮือ เข้าไปหลบซ่อนใต้เตียงนอน และในห้องน้ำ ส่วนผู้ที่มีอายุมากก็นั่งอยู่กับที่หนีไม่ทัน และสามารถติดตามจับกุมนักพนันเป็นหญิงทั้งหมด 10 คน พร้อมของกลางไพ่ 130 สำรับ เงินสดที่ใช้เล่นจำนวนหนึ่ง

ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า บ้านหลังดังกล่าวได้จัดสถานที่บริเวณห้องภายในบ้านไว้เป็นสถานที่เล่นการพนันโดยเฉพาะ ขณะที่เจ้าของบ้านอ้างว่าได้เปิดเล่นมานานแล้ว สำหรับการบุกเข้าจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทหารกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย ประจำจังหวัดหนองคายได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่า ที่บ้านเลขที่ 97 หมู่ที่ 2 ต.โพธิ์ตาก อ.โพธิ์ตาก จ.หนองคาย

ซึ่งมี นาง สนม ประดับคำ เป็นเจ้าของบ้าน ได้มีการลักลอบเล่นพนันไพ่อยู่เป็นประจำอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมืองจึงได้สนธิกำลังฝ่ายปกครองอำเภอโพธิ์ตาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพธิ์ตาก ทำการบุกเข้าจับกุมดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำตัวทั้งหมดพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.โพธิ์ตาก เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ปิดล้อมจับบ่อนไก่ ยึดไก่ชนค่านับล้าน เซียนต่างแตกฮือ วิ่งหนีกันกระเจิง

เจ้าของบ่อนพนันไก่ชน ลักลอบเปิดในสวนลำไยอย่างโจ่งครึ้มโดยแจ้งกับบรรดาเซียนไก่ชนว่าได้เคลียร์กับเจ้าหน้าที่แล้วไม่ต้องกลัวถูกจับ ผกก.นำกำลังเข้าจับกุม ขณะที่บรรดาเซียนนับร้อยคนกำลังเมามัน ถึงกับวงแตกเผ่นกระเจิง รวบเจ้าของบ่อนไว้ได้พร้อมนักเล่นอีก 15 คนนอกนั้นรอดตัวไป

เมื่อเวลา 08.10 น.พ.ต.อ.อรรถพล มีเสียง ผกก.สภ.แม่แตงเชียงใหม่ได้เปิดเผยว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่แตงเชียงใหม่ได้รับการร้องเรียนมาว่ามีการลักลอบเปิดบ่อนไก่บริเวณสวนลำไย ไม่มีเลขที่ หมู่ 10 ต.อินทขิล อ.แม่แตงเชียงใหม่ และทางเจ้าของบ่อนได้ประกาศว่ามีการจ่ายส่วยให้กับทางเจ้าหน้าที่แล้ว สร้างความเสียหายให้กับทางเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างมาก ทางตนจึงได้ประสานกับทางฝ่ายอำเภอแม่แตงเชียงใหม่และทางกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ นำกำลังเข้าบุกตรวจสอบและจับกุม โดยเข้าตรวจจับกุมเมื่อเวลา 14.30 น.ที่ผ่านมา ได้ผู้ต้องหาและของกลางไก่ชนและอุปกรณ์ต่างๆ จำนวนมาก นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่แตงเชียงใหม่ ดำเนินคดี

พ.ต.อ.อรรถพล มีเสียง ผกก.สภ.แม่แตงเชียงใหม่ได้เปิดเผยว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรแม่แตง ล้อมจับบ่อนพนันไก่ชนได้ผู้ต้องหา 15 คนพร้อมของกลางไก่ชน 50 ตัว เงินสดรวมที่ใช้เล่นพนันและสมุดโพยการเล่นการพนันชนไก่ จำนวน 10 แผ่น

จากการสอบสวนผู้ต้องหาทราบว่า ได้เปิดเล่นพนันชนไก่ได้สองวัน โดยมีผู้มีอิทธิพลในพื้นที่เป็นคนบงการและนัดหมายนักเล่นทั้งในและต่างพื้นที่มารวมกัน โดยอ้างว่าได้ติดสินบนจ่ายเงินให้แก่เจ้าหน้าที่เรียบร้อยแล้ว

กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรแม่แตง ปิดล้อมจับกุมเซียนพนันไก่ชนบริเวณในสวนลำไยไม่มีเลขที่ หมู่ที่ 10 ตำบลอินทขิล อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียง ใหม่ หลังจากเจ้าหน้าที่ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่าที่สวนลำไยดังกล่าวมีการลักลอบเล่นพนันชนมีเซียนไก่เข้ามาเล่นพนันเป็นจำนวนมาก ทางตนพร้อมด้วย กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ประกอบด้วย พันตำรวจโทวีรชาติ ระตะเจริญ รอง ผู้กำกับการปราบปรามฯ พันตำรวจโท ยุทธการ เมธา สารวัตรปราบปรามฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอแม่แตงเชียงใหม่ นำกำลังปิดล้อมจับกุมนักพนันโดยนักพนันได้วางแผนจอดรถขวางทางทั้งรถยนต์และจักรยานยนต์หลายสิบคันขวางทางเข้าออก และยังมีคนดูต้นทางคอยบอก จึงทำให้นักพนันส่วนใหญ่นับร้อยกว่าคนหลบหนีไปได้

ซึ่งหลังจากเจ้าหน้าที่เคลียร์พื้นที่สามารถจับกุมนายธนกฤต ปันอิ่น อายุ 58 ปี บ้านเลขที่ 97/4 หมู่ 10 ตำบลอินทขิล อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ และเซียนพนันอีก 15 คน พร้อมด้วยของกลาง ไก่ชนจำนวน 50 ตัวมูลค่านับล้านบาท นอกจากนี้ยังยึดสังเวียนชนไก่จำนวน 3 สังเวียน เงินสดที่ใช้เล่นการพนัน 3,500 บาท สมุดโพยการเล่นการพนันชนไก่ จำนวน 10 แผ่น ชุดจับเวลาการให้น้ำไก่ชน จำนวน 1 ชุด

จากการสอบสวนนายธนกฤต ปันอิ่น ผู้ต้องหาทราบว่า เพิ่งลักลอบเปิดเล่นพนันไก่ชนได้ประมาณ 2 วัน โดยมีผู้มีอิทธิพลในพื้นที่เป็นคนบงการและนัดหมายนักเล่นทั้งในและต่างพื้นที่มารวมกัน โดยนัดหมายทำการลักลอบพนันชนไก่ โดยอ้างว่าได้ติดสินบนจ่ายเงินให้แก่เจ้าหน้าที่เรียบร้อยแล้ว จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงนำตัวนักพนันดังกล่าวพร้อมของกลางส่งยังร้อยเวร สถานีตำรวจภูธรแม่แตงเพื่อดำเนินการต่อไป

โดยแจ้งข้อหานายธนกฤต ปันอิ่น เป็นผู้จัดให้มีการเล่นการพนัน ชนไก่ พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต และแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหาทั้ง 15 คนร่วมกันกับพวกที่หลบหนีลักลอบเล่นการพนัน ชนไก่พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต

ตะลุยร้านชาบูและซูชิ สไตล์ชิราคาวาโกะย่านอุดมสุข

สายบุฟเฟ่ต์ ต้องไปจัดกับร้าน Chubu shabu&sushi จัดหนักทั้งชาบู จัดเต็มทั้งซูชิ พูดเลยว่าคุ้มมาก ใครที่ชอบทานทั้งชาบูและซูชิ ต้องห้ามพลาดกับร้าน Chubu shabu&sushi บุฟเฟ่ต์ญี่ปุ่น สไตล์ชิราคาวาโกะแท้ๆ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากบรรยากาศและการใช้ชีวิตของชาวญี่ปุ่นในหมู่บ้านชิราคาวาโกะ เมืองทาคายาม่า ประเทศญี่ปุ่น เมืองแห่งวัฒนธรรมและการใช้ชีวิตที่น่าหลงไหล

บรรยากาศภายในร้านตกแต่งให้มีความคล้ายคลึงและมีกลิ่นอายบ้านโบราณแบบหมู่บ้านชิราคาวาโกะ เน้นวัสดุจากไม้ธรรมชาติ พื้นที่โปร่งสบาย เหมาะกับการรับประทานบุฟเฟ่ต์แบบครอบครัว หรือกลุ่มเพื่อน ความโดดเด่นอีกอย่างหนึ่งของที่นี่ก็คือ เจ้าหมีชุบุ หน้าตาน่ารัก ถือเป็นสัญลักษณ์ประจำของร้าน โดยเป็นการนำตุ๊กตานำโชค”ซารุโบโบะ”ของชาวญี่ปุ่น มาดัดแปลงใส่หน้าน้องหมีเข้าไป และให้ชื่อว่าชุบุนั่นเอง

เมนูของชุบุ มีให้เลือกด้วยกัน 2 แบบ ทั้งแบบบุฟเฟ่ต์ชาบูและซูชิ และแบบเมนู A La Carte โดยบุฟเฟ่ต์จะมีสองราคา ได้แก่ บุฟเฟ่ต์พรีเมียม 499 บาท และชุดจัดเต็มบุฟเฟ่ต์สเปเชียล 799 บาท ที่ขนเมนูเด็ดมากว่า 100 เมนู สามารถอิ่มไม่อั้นกับซูชินิกิริ โรลและมากิ และชาบูสไตล์ชิราคาวาโกะ เต็มอิ่มกับซีฟู้ดและดื่มชาเขียวร้อนและเย็นแบบไม่จำกัด
เมนูซูชิที่นี่เน้นวัตถุดิบคุณภาพ และรสชาติสไตล์ญี่ปุ่น มีเมนูพิเศษให้เลือกมากกว่า 50 เมนู ด้วยวัตถุดิบชั้นเลิศ ทั้งแซลมอน เอนกาวะ ปลาไหล เนื้อวากิว และซิกเนเจอร์ของที่นี่คือ ซูชิฟัวกราส์หลากหลาย เรียกได้ว่าจุใจสุดๆ

สำหรับคนรักการกินแซลมอน ขอแนะนำเมนูแซลมอนอูมามิ เมนูที่รวมทุกส่วนของแซลมอนเอาไว้ในจานเดียว ประกอบด้วย ซาซิมิเนื้อส่วนท้อง เนื้อส่วนลำตัว ไข่และหนังปลาแซลมอนทอดกรอบ เสิร์ฟมาบนน้ำแข็งเย็นๆ

สำหรับทีเด็ดของชาบูร้านนี้คือ เนื้อนั่นเอง โดยเนื้อแต่ละอย่างนำเข้าและคัดสรรวัตถุดิบอย่างดี มีเนื้อหลากหลายให้เลือก ทั้งสันคอหมู หมูสามชั้น เนื้อสันคอ เนื้อสันนอกและเนื้อบริสเก็ต Australia แต่ที่พิเศษมากๆ คือที่นี่มีเนื้อแกะด้วย สเปเชียลแบบสุดๆ จุ่มในหม้อชาบูร้อนๆ จิ้มกับน้ำจิ้มหลากสไตล์ ได้แก่ น้ำจิ้มสุกี้ น้ำจิ้มซีฟู้ด น้ำจิ้มพอนซึ และน้ำจิ้มงา
จัดเมนูชาบูและซูชิกันไปแล้ว อย่าเพิ่งอิ่ม มาตบท้ายกันด้วยของหวานสไตล์ญี่ปุ่น อย่างโมจิถั่วแดง และยังมีพานาคอตต้าหลากรสมาให้เลือก ทั้งสตรอเบอรี่ซอส เสาวรส และชาเขียว

ร้าน Chubu shabu&sushi เปิดให้บริการทุกวัน วันจันทร์ – พฤหัส 16.00 – 23.00 น. และวันศุกร์ – อาทิตย์ 12.00 – 23.00 น. มาอิ่มไม่อั้นกันได้ทุกวัน และพบกับโปรโมชั่นพิเศษอีกมากมายจากทางร้าน

ศาลไม่ให้ประกันมือไขควงแทงนศ. คุมส่งคุกอีก 14 โจ๋รอด

ศาลอาญารัชดาพิจารณาไม่ให้ประกันมือใช้ไขควงแทงนักศึกษาตาย คุมส่งคุก ขณะที่ให้ประกัน 14 คน สั่งห้ามข่มขู่พยาน ศาลอาญารัชดาพิจารณาคำร้องขออนุญาตฝากขังผลัดแรก ผู้ต้องหาคดีทำร้ายร่างกายโดยใช้ไขควงแทงศีรษะ นายธีระพงษ์ ฐิตะฐาน นักศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร จนเสียชีวิต หลังพนักงานสอบสวนกองปราบปรามได้ควบคุมตัวมาที่ศาล โดยญาติของ นายเดชาธร (ขอสงวนนามสกุล) ลูกชายรองผู้กำกับการ สภ.แห่งหนึ่งในจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือใช้ไขควงแทงผู้ตาย ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์จำนวน 7 แสนบาทขอปล่อยชั่วคราว

โดย ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าพฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรง อุกอาจ ไม่เกรงตัวกฎหมาย โดยผู้ต้องหานี้บุกรุกเข้าไปในเคหะสถาน และใช้อาวุธทำร้ายผู้ตาย อีกทั้งในชั้นสอบสวนผู้ต้องนี้รับว่า เป็นคนใช้อาวุธแทงทำร้ายผู้ตายจนถึงแก่ความตาย ในชั้นนี้จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง

ส่วนผู้ต้องหาอื่นๆอีก 14 คนญาติได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราว โดยศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ต้องหาทั้ง 14 คน มีประกันตัวไปโดยตีราคาประกันคนละ 7 แสนบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไข ห้ามไปข่มขู่พยาน และไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานในคดี

หมอใจบุญรับอุปการะ “น้องคิว” สอบติดวิศวะฯ แต่ไร้เงินเรียนต่อ

ความคืบหน้ากรณีที่ นายอธิวัฒน์ วิทย์พิชิตชัย หรือ น้องคิว อายุ 18 ปี นักเรียนโรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม ที่สอบติดมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ ภาคเคมี แต่ไม่มีเงินจ่ายค่าเทอมงวดแรกจำนวน 36,700 บาท เนื่องจากแม่ซึ่งเป็นเสาหลักได้เสียชีวิตอย่างกะทันหัน เมื่อวันที่ 30 ธ.ค.2559 ที่ผ่านมา ส่วนพ่อแท้ๆ ก็ทิ้งไปตั้งแต่น้องคิว 4 ขวบ ขณะที่พ่อเลี้ยงหลังแม่เสียชีวิตแล้วก็ไม่เหลียวแลและไม่ให้อยู่ร่วมบ้านด้วย จนนายอธิวัฒน์ หรือน้องคิว ต้องไปขออาศัยอยู่กับนางจันทร์จิรา เกียรตินอก อายุ 43 ปี ผู้เป็นป้า ที่มีอาชีพขายข้าวแกง

หลังจากมีการแชร์เรื่องราวผ่านโลกโซเชียลก็มีผู้ใจบุญบริจาคเงินช่วยเหลือน้องคิวอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ล่าสุดนายอธิวัฒน์ พร้อมนางจันทร์จิรา ผู้เป็นป้า ก็ได้เดินทางไปเบิกเงินจากธนาคารกรุงไทยสาขาธานี ที่มีผู้บริจาคช่วยเหลือจำนวน 36,700 บาท แล้วนำไปโอนจ่ายค่าเทอมผ่านธนาคารกรุงเทพสาขาบุรีรัมย์ ให้กับทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตามที่มีกำหนดให้จ่ายภายในวัน 13 – 15 มีนาคม 2560 เพื่อยืนยันสิทธิ์การเข้าศึกษาเรียบร้อยแล้ว
สร้างความดีใจให้กับน้องคิวเป็นอย่างมากที่ได้เข้าศึกษามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ ตามความฝันและคำสัญญาที่ให้ไว้กับแม่ก่อนเสียชีวิต

ขณะที่ พ.ญ.เสาวณีย์ แสงอรุณ แพทย์เจ้าของคลินิกแถว ม.เกษตรศาสตร์ พร้อมด้วย พ.ญ.สิริพร วิเชษฐพงศ์ และ นพ.สมเกียรติ วิเชษฐ์พงศ์ แพทย์จากโรงพยาบาล จ.ร้อยเอ็ด ได้ประสานผ่านมายัง นพ.สนธยา วัฒนโกศล คลินิกหมอสนธยา จ.บุรีรัมย์ ว่ามีความต้องการจะช่วยเหลือน้องคิว โดยจะส่งเสียให้เรียนจนจบปริญญาตรี และหากช่วงที่ศึกษาอยู่น้องคิว เจ็บป่วยก็พร้อมจะรักษาให้ฟรี พร้อมระบุด้วยว่าหากเงินที่ได้รับบริจาคจากผู้ใจบุญ ไม่เพียงพอสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการศึกษาต่อ ก็พร้อมจะส่งเสียจนศึกษาจบตามความฝัน พร้อมยังระบุด้วยว่าหากศึกษาจบแล้วก็ไม่ต้องการอะไรตอบแทน เพียงอยากให้น้องคิว เป็นเด็กดี มีงานทำที่มั่นคงสามารถเลี้ยงตัวเองได้และช่วยเหลือสังคมเท่านั้น

นายอธิวัฒน์ หรือน้องคิว ได้กล่าวขอบคุณผู้ใจบุญทุกคนที่บริจาคเงินช่วยเหลือ และผู้ที่ส่งกำลังใจมาให้ซึ่งขณะนี้ก็มียอดเงินเพียงพอสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการศึกษาต่อได้ตามความฝันแล้ว และได้ปรึกษากับป้าถึงการวางแผนใช้จ่ายเงินที่ได้รับบริจาคให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่ามากที่สุด ตามจุดประสงค์ของผู้ใจบุญที่มีจิตเมตตาบริจาคช่วยเหลือมา โดยหลักๆ คือแบ่งไว้เป็นค่าเทอมปีละ 2 เทอม เป็นระยะเวลา 4 ปี ที่เหลือก็เป็นค่าที่พักและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จำเป็นต้องใช้ในระหว่างศึกษาจนจบ และหากศึกษาจบตามฝันและได้ทำงานที่เพียงพอเลี้ยงตัวเองได้ ก็จะตอบแทนบุญคุณของป้าที่ดูแลมาตลอด และหากมีอะไรที่ทำเพื่อสังคมได้ก็พร้อมจะทำ ที่สำคัญหากมีงานที่มั่นคงแล้วก็พร้อมจะช่วยเหลือน้องๆ ที่ขาดโอกาสเหมือนกับตนเองเหมือนกับที่ตน ได้รับโอกาสจากผู้ใจบุญเช่นกัน

ด้านนางจันทร์จิรา เกียรตินอก ป้าน้องคิว บอกว่า ขอบคุณทุกๆคนที่ช่วยเหลือหลานชาย จนมีค่าเทอมได้เข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ตามฝัน ซึ่งตนก็จะช่วยดูแลการใช้จ่ายเงินของหลานให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่าตามเจตนาของผู้ที่บริจาคช่วยเหลือ ส่วนยอดเงินที่บริจาคมาช่วยเหลือขณะนี้ก็เพียงพอที่จะส่งเสียหลานชายได้ศึกษาจนจบแล้ว แต่ไม่ขอเปิดเผยยอดเงิน เพราะหลังจากเป็นข่าวว่ามีเงินบริจาคมาเป็นจำนวนมากก็มีญาติเริ่มมาคุกคามแล้ว จึงเกรงความไม่ปลอดภัยของหลานชาย แต่ยืนยันว่าไม่มีเจตนาที่จะปิดบังแต่อย่างใด หากผู้ใจบุญต้องการทราบยอดก็สามารถโทรมาสอบถามโดยตรงได้

ไร้กังวล! แพทย์เผย “อุ้ม” เจ็บไม่หนักพร้อมฝึกซ้อมทัพช้างศึก

แฟนบอลชาวไทย โล่งใจกันเป็นแถม หลังทีมแพทย์ผู้ตรวจเช็คอาการบาดเจ็บของ “อุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน แบ็กซ้ายทีมชาติไทยของ “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่ได้รับบาดเจ็บจนถูกหามออกจากสนาม ระหว่างเกมเอเอฟซี ชปล. นัดที่บุกเสมอ อุลซาน ฮุนได 0-0 เมื่อวันอังคารที่ 14 มีนาคม ที่ผ่านมา

ล่าสุด ดาวเตะวัย 27 ปี ได้เดินทางถึงประเทศไทย พร้อมทั้งเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลกรุงเทพ เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ซึ่ง คุณหมอ พรเทพ ม้ามณี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญประจำสโมสร เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เผยอาการไม่ได้หนักอย่างที่หวั่นกันในตอนแรก เป็นเพียงอาการเจ็บบริเวณกล้ามเนื้อเท่านั้น ไม่ได้มีปัญหาที่กระดูกหรือเส้นเอ็น คาดว่าใช้เวลาในการพักแค่ 2-3 วันก็น่ากลับมาซ้อมได้

ซึ่งถือเป็นข่าวดีของทุกฝ่าย โดยเฉพาะ “ทัพช้างศึก” ทีมชาติไทย ที่มีคิวเตรียมที่จะลงสนามในศึกฟุตบอลโลก รอบคัดบอลโลก พบกับ ซาอุดิอาระเบีย และ ญี่ปุ่นในช่วงสัปดาห์หน้า