ขาเมาอ่วม! ยี่ปั๊ว ลักไก่ขึ้นราคา “เหล้า-เบียร์-บุหรี่”

กรมสรรพสามิตปรับโครงสร้างภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใหม่เพื่อเป็นธรรมและสากลมากขึ้น สร้างแรงกระเพื่อมในวงการทั้งผู้ประกอบการและผู้ค้า โดยเฉพาะบรรดาคอทองแดงต่างหวาดวิตกกลัวราคาขึ้นพรวดพราด “ฐานเศรษฐกิจ” จึงไม่รีรอ ลงพื้นที่สำรวจตามหัวเมือง คำตอบไม่หนีไปจากที่นักดื่มกังวล มีการลักไก่ขึ้นราคากันแล้ว

นางมณี (ขอสงวนนามสกุล) ยี่ปั๊วจำหน่ายเครื่องดื่มและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รายใหญ่ในจังหวัดนครปฐม เปิดเผยว่า ทางร้านเตรียมปรับราคาเหล้า เบียร์ใหม่ในช่วงสัปดาห์นี้ โดยคาดว่าจะปรับขึ้น 20-30 บาทต่อลัง อาทิ

เบียร์ช้าง ขนาด 620 มล. (12 ขวด) ราคา 560 บาท ปรับขึ้นเป็น 580-590 บาทต่อลัง ราคาขายปลีกขวดละ 52 บาท จะปรับขึ้นเป็นขวดละ 53 -55 บาท

เบียร์ช้าง ขนาด 320 มล. (24 กระป๋อง) ราคา 708 บาท ปรับขึ้นเป็น 728 บาท ราคาขายปลีกกระป๋องละ 34 บาท จะปรับขึ้นเป็นกระป๋อง ละ 35 บาท

ขณะที่เบียร์ลีโอ ขนาด 620 มล. (12 ขวด) ราคา 580 บาท ปรับขึ้นเป็น 600 บาท ราคาขายปลีกขวดละ 55 บาท จะปรับขึ้นเป็นขวดละ 57 บาท เบียร์ลีโอ ขนาด 320 มล. (24 กระป๋อง) ราคา 734 บาท ปรับขึ้นเป็น 754 บาท ราคาขายปลีกกระป๋องละ 35 บาท จะปรับขึ้นเป็นกระป๋องละ 36 บาท

เบียร์สิงห์ ขนาด 620 มล. (12 ขวด) ราคา 640 บาท ปรับขึ้นเป็น 660 บาท ราคาขายปลีกขวดละ 60 บาท จะปรับขึ้นเป็นขวดละ 62 บาท ขนาด 330 มล. (24 กระป๋อง) ราคา 760 บาท ปรับขึ้นเป็น 780 บาท ราคาขายปลีกกระป๋องละ 39 บาท จะปรับขึ้นเป็นกระป๋องละ 40 บาท เป็นต้น

ส่วนราคาเหล้าจะเพิ่มขึ้นมากน้อยแค่ไหน ต้องรอดูอีกครั้งแต่เบื้องต้นคาดว่าราคาจะกระโดดมากกว่านี้หลังจากที่ปรับภาษีใหม่แล้ว เช่นเดียวกับบุหรี่ที่จากเดิม 60 -80 บาทเป็นเกือบ 100 บาท ตัวอย่างเช่น เหล้าขาว จากเดิมที่ขายขวดละ 78 บาท จะปรับราคาขึ้นเป็น 90-95 บาท

“เชื่อว่าหลังจากที่รัฐบาลปรับขึ้นภาษีเหล้าใหม่ ราคาเหล้า เบียร์จะสูงขึ้น เพราะบริษัทต้องเสียภาษีมากขึ้น ซึ่งขณะนี้ยังไม่รู้ว่าเมื่อไร แต่คาดว่าน่าจะปรับขึ้นก่อนสงกรานต์เพราะเป็นช่วงที่คนดื่มกันเยอะ และก่อนปรับขึ้นบริษัทจะหยุดส่งของเพื่อรอสินค้าใหม่ ราคาใหม่ ดังนั้นช่วงนั้นสินค้าจะขาดตลาด ทางร้านจึงแนะนำให้ลูกค้า (ร้านโชวห่วย ร้านอาหาร ฯลฯ) สั่งซื้อสินค้าล่วงหน้า เพื่อป้องกันสินค้าไม่พอขาย”

ขณะที่ผู้สื่อข่าวจังหวัดอุดรธานี รายงานว่า จากการสอบถามร้านค้าปลีกพบว่า ในขณะนี้ยังสามารถสั่งสินค้าจากตัวแทนจำหน่ายเบียร์ สุราขาวได้เหมือนเดิม และในราคาเดิมอยู่ สินค้ายังยืนราคาเดิม ไม่มีการกักตุน สินค้าสามารถสั่งได้ทุกเมื่อ ส่วนหนึ่งผู้ค้ารายย่อยไปซื้อเอามาจากห้างค้าปลีก-ส่งอย่าง เทสโก้ โลตัส แม็คโคร บิ๊กซี ก็ยังสามารถซื้อสินค้าเหล่านั้นได้ พร้อมกับบอกอีกว่า ตอนนี้ตัวแทนจำหน่ายที่เคยสั่งซื้อ ยังไม่ได้บอกแจ้งอะไรแต่อย่างใด การซื้อ-ขาย ยังเหมือนเดิม ปัจจุบัน ราคาส่งเบียร์สิงห์อยู่ที่ 640 บาทต่อลัง ช้าง 568 บาทต่อลัง อาชา 468 บาทต่อลัง เหล้าขวดเล็ก เทละ 1,114 บาท เหล้าแสงโสม 3,108 บาท/ลัง ซึ่งราคาส่งดังกล่าวนั้น ไม่มีการพ่วงสินค้าอย่างอื่นแต่อย่างใด

ด้านนายวิรัช พงศ์นภารักษ์ สรรพสามิตพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า การจัดเก็บภาษีสุราของสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่เชียงใหม่ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ที่ผ่านมา จัดเก็บภาษีสุรากว่า 160 ล้านบาท เป้าที่ตั้งไว้คือ 145 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายกว่า 154 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 10.62% ส่วนเป้าจัดเก็บภาษีสุราทั้งปีระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2559-28 กุมภาพันธ์ 2560 สรรพสามิตพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่จัดเก็บภาษีสุราได้กว่า 645 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าเป้าหมาย 76.49 ล้านบาท หรือ 13.45% ฉะนั้นการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสินค้าสุรานับได้ว่า ยังจัดเก็บได้สูงกว่าเป้าหมาย

“ดังนั้นรัฐบาลยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องขึ้นภาษีสุราในช่วงนี้ หลังจากประกาศใช้ภาษีฉบับใหม่แล้ว ภาระภาษียังเท่าเดิม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเกี่ยวกับราคาสินค้า ทางสรรพสามิตไม่ได้มีหน้าที่ควบคุมราคา ถ้ามีการปรับขึ้นราคา ถ้ามีเรื่องแจ้งเข้า มาทางสรรพสามิตก็จะเข้าไปดูแลให้อย่างเต็มที่ ขอให้ร้านค้าทุกร้าน ติดราคาให้ชัดเจนการไม่ติดราคาก็ผิดกฎหมายด้วย”

5 เทคนิคลดน้ำหนักให้ได้ผล แล้วหุ่นดีจะอยู่ใกล้แค่เอื้อม

หลายคนพยายามมองหาเทคนิคลดน้ำหนักสารพัดมาใช้ แต่หากใครพยายามกี่ครั้งก็ยังไม่ได้ผล วันนี้ลองทำตามเทคนิคลดน้ำหนักตามนี้สิคะ บอกเลยทำง่ายได้ผลจริง ไม่เชื่อต้องลอง..

1.ไม่ต้องอดให้ทรมาน แค่รู้จักกินให้เหมาะสมในแต่ละมื้อการอดอาหารไม่ใช่วิธีลดน้ำหนักที่ทำแล้วได้ผล ตรงกันข้ามมีแต่จะทำลายสุขภาพและระบบเผาผลาญให้พังมากขึ้นด้วยซ้ำ ดังนั้น สาวๆ จึงไม่จำเป็นจะต้องอดหรืองดกินอาหารโปรดที่ชอบ เพียงแค่รู้จักจัดสรรปันส่วนอาหารเหล่านั้นให้กินในปริมาณที่เพียงพอหรือพอดี อาจจะมีกินขนมบ้างเล็กๆ น้อยๆ แต่ก็ควรกินแค่ปริมาณกำมือเล็กหรือถ้วยเล็กๆ ก็พอแล้ว

2.หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแคลอรีสูง ไม่ว่าจะเป็นชา กาแฟ น้ำหวานหรือน้ำอัดลมและแม้แต่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ต่างก็มีน้ำตาลสูงด้วยกันทั้งสิ้น ซึ่งดื่มแล้วจะให้แคลอรีสูง โดยเฉพาะเหล่าชากาแฟที่จำหน่ายตามท้องตลาดที่มักจะเพิ่มรสหวานให้เรารู้สึกสดชื่น แต่ขณะเดียวกันก็กลับกลายเป็นการเติมน้ำตาลให้ร่างกาย จนทำให้เกิดไขมันสะสมในที่สุด แนะนำให้ดื่มน้ำเปล่าแทนจะดีกว่าค่ะ

3.อย่าปล่อยให้หิวนานเกินไป การปล่อยให้ตัวเองรู้สึกหิวโหยอยู่นานเกินไปจะยิ่งทำให้เกิดอาการกินอย่างหนักจนยับยั้งสติไม่อยู่ ทางที่ดี ควรกินของว่างในระหว่างมื้ออย่างเช่น ถั่วเปลือกแข็งหรือถั่วมอนด์สัก 1 กำมือ เพราะถั่วมีโปรตีน และใยอาหารชนิดละลายน้ำได้ กินแล้วจะทำให้อิ่มเร็ว และช่วยลดความอยากอาหารลงได้นั่นเอง หรือจะหันมากินผลไม้หวานน้อย แต่ไฟเบอร์สูงก็ดีเช่นกัน เพียงเท่านี้ก็จะช่วยควบคุมความหิวในระหว่างมื้อจนทำให้คุณไม่กินแบบตบะแตกในมื้อต่อไปได้แล้วค่ะ

4.กินมื้อเย็นไม่ควรเกิน 6 โมงเย็น การกินอาหารมื้อเย็นซึ่งถือเป็นมื้ออาหารที่มีความสำคัญอย่างมากต่อรูปร่าง แนะนำให้สาวๆ กินในสัดส่วนอาหารประมาณ 25% ของแคลอรีทั้งหมดที่กินเข้าไปในแต่ละวัน และควรกินไม่เกิน 6 โมงเย็น เพราะหากกินอาหารเย็นดึกๆ หรือกินแล้วนอน จะทำให้ระบบอาหารย่อยไม่ทัน ส่งผลให้จุกเสียดแน่น เกิดกรดไหลย้อน ที่สำคัญเมื่อร่างกายเผาผลาญไม่หมดก็ย่อมเกิดการสะสมของไขมันง่ายขึ้นด้วย

5.นอนพักผ่อนให้เพียงพอ ร่างกายคนเราต้องการช่วงเวลาพักผ่อนประมาณ 7-8 ชั่วโมงต่อวัน ดังนั้นจึงควรใส่ใจนอนพักผ่อนอย่างเพียงพอ เพราะหากนอนไม่พอจะทำให้ฮอร์โมนแปรปรวน อารมณ์ก็หงุดหงิดและหิวง่าย ทำให้อยากกินแต่ของหวาน หนำซ้ำฮอร์โมนสั่งการให้รู้สึกอิ่มยังทำงานบกพร่องอีกด้วย นอกจากนี้ ระบบเมตาบอลึซึมก็พลอยทำงานต่ำประสิทธิภาพไปด้วยเช่นกัน

และนี่ก็คือเทคนิคลดน้ำหนักง่ายๆ ที่จะทำให้สาวๆ มีหุ่นดีได้ในแบบไม่ยาก อยากผอมสวยหุ่นดี ทำตามนี้ทุกวันสิคะสาวๆ

พ่อพาลูกวัย 12 หนีข้ามดอย ถูกหมอ-ผช.ผู้ใหญ่บ้าน ข่มขืนจนท้อง

ผู้ปกครองชาวกะเหรี่ยงอยู่บนดอย อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ พาลูกสาว วัย 12 ปี เดินทางข้ามดอยอินทนนท์ เข้าร้องทุกข์กับ รองผบก.หน.ศูนย์พิทักษ์เด็กเยาวชนฯ ว่า ลูกสาวถูก ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล ล่อลวงไปข่มขืนจนเด็กท้อง แพทย์นัดตรวจเพื่อยุติการตั้งครรภ์

ที่ศูนย์พิทักษ์เด็กเยาวชนและสตรี กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ได้มีผู้ปกครองชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงในอาศัยอยู่บนดอยสูง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ได้พาบุตรสาว วัย 12 ปี เดินทางข้ามดอยอินทนนท์ เข้าร้องทุกข์กับ พ.ต.อ.ธีรพล อินทรลิป รอง ผบก.ภ.เชียงใหม่ ทำหน้าที่ หัวหน้าศูนย์พิทักษ์เด็กเยาวชนและสตรีฯ ว่าบุตรสาวของตนถูก ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในหมู่บ้าน และแพทย์ประจำตำบล ล่อลวงไปข่มขืนกระทำชำเราที่บ้านพักที่อยู่ใกล้กัน จนขณะเด็กตั้งครรภ์ได้หลายเดือน จึงพาไปแจ้งความกับ สารวัตรสอบสวน สภ.แม่แจ่ม เชียงใหม่ แต่คดีไม่คืบหน้า

โดยตำรวจให้เจรจาไกล่เกลี่ยกับผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 2 คน โดยให้ยินยอมรับเงิน แต่ครอบครัวตนไม่ยอม ยืนยันจะขอเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ทำให้ถูกผู้ที่ถูกกล่าวหาเข้ามาข่มขู่ถึงที่บ้าน และโทรศัพท์ขู่ ต่างๆ นานา ให้รับเงินและถอนแจ้งความ จึงพาลูกสาวหนีมาหลบซ่อนตัวอยู่กับญาติในตัวเมืองเชียงใหม่ และเพื่อรอไปพบแพทย์ที่นัดไว้

ต่อมา พ.ต.อ.ธีรพล รองผบก.ภ.เชียงใหม่ ได้สอบถามไปยัง สภ.แม่แจ่ม พบว่ามีการรับแจ้งความและรับคำร้องทุกข์เอาไว้แล้ว อยู่ระหว่างการส่งตัวเด็กมาให้แพทย์ รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ ตรวจร่างกาย และยุติการตั้งครรภ์ คงต้องรอผลตรวจของแพทย์ก่อน และต้องว่ากันไปตามพยานหลักฐาน

ด้าน พ.ต.อ.ณัชทสิษฐ์ บุญมาก ผกก.สภ.แม่แจ่ม เชียงใหม่ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ว่า คดีที่เกิดขึ้นทาง สารวัตรสอบสวนได้รับแจ้งความลงบันทึกประจำวันเอาไว้แล้วตามคดีอาญาที่ 23/2560 โดยผู้กล่าวหามาแจ้งว่าถูก บุคคลทั้ง 2 ลวงไปข่มขืนกระทำชำเรา และข่มขู่ ทางสารวัตรฯอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเอาผิดกับผู้ถูกกล่าวหา แต่ขณะนี้ต้องรอผลการตรวจร่างกายของเด็กและการยุติการตั้งครรภ์ของเด็กจากแพทย์ รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ คาดว่าคงต้องใช้เวลาอีกหลายวัน กว่าที่เด็กจะหายจากการพักฟื้น

“ขอยืนยันว่าตำรวจ สภ.แม่แจ่ม ได้ทำคดีนี้อย่างตรงไปตรงมาตามพยานหลักฐาน และคดีนี้ ก็ยอมความไม่ได้เพราะผู้เสียหายเป็นเยาวชน บางประเด็นผู้ปกครองอาจจะเข้าใจผิด หลังจากที่ได้รับผลแพทย์แล้วก็ทางสารวัตรสอบสวนจะเชิญตัวผู้ปกครองและเด็กพร้อมกับนักสหวิชาชีพมาสอบปากคำเด็กผู้ตกเป็นเหยื่อ รวมถึงหลักฐานการยืนยันผลตรวจดีเอ็นเอ ก่อนจะไปขออนุมัติศาลจังหวัดเชียงใหม่ออกหมายจับผู้ที่กระทำกับเด็กมาดำเนินคดี ส่วนญาติหรือผู้ถูกกระทำ หากถูกขมขู่ก็ให้มาร้องกับผมได้ตลอด 24 ชั่วโมง” ผกก.แม่แจ่มกล่าว.

หวิดดับ ลิฟท์โรงแรมร่วงจากชั้น 7 ข้าราชการเจ็บทั้งคณะ

เวลาประมาณ 10.30 น. นายประพันธ์ ประทุมชมพู ปลัดอำเภอบางละมุง พร้อม พ.ต.ต.เฉลียว บุญคุ้ม สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองพัทยา เจ้าหน้าที่เมืองพัทยา เข้าตรวจสอบภายในโรงแรงแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา หลังมีกลุ่มปลัดเทศบาล-อบต.และปลัดประสบอุบัติเหตุลิฟท์ตก ได้รับบาดเจ็บจำนวน 10 คน มี 2 คนที่เจ็บหนัก โดยเหตุเกิดในช่วงเย็น ขณะกำลังขึ้นไปยังห้องพัก โดยหลังเกิดเหตุทางโรงแรมไม่แสดงความรับผิดชอบอ้างให้รอประกัน

นายสุรศักดิ์ บุรีนอก อายุ 55 ปี เล่าว่า ขณะปลัดจำนวน 10 คน กำลังขึ้นลิฟท์จากชั้นที่ 2 ไปยังห้องพักชั้นที่ 7 ระหว่างลิฟท์ถึงชั้นที่ 7 ประตูลิฟท์เปิดออกนายสมใจ ทีโอด อายุ 50 ปี ปลัด อบต.บ้านป่า อ.เมืองพิษุโลก จ.พิษณุโลก ก้าวขาออกจากลิฟท์กำลังจะพ้น ลิฟท์เกิดร่วงลงและตัวลิฟท์เฉี่ยวหลังจนเสื้อขาด ส่วนคนอื่นอีก9 คนล่วงลงมากับลิฟท์

ด้านนายธนกฤษ อัครเดชกุญชร อายุ 51 ปี ปลัด อบต.โป่งแยก อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เล่าว่า ปลัดทั้งหมดมาจากทั่วประเทศมาอบรมหลักสูตรนักบริหารระดับสูงท้องถิ่น รุ่น 28 จำนวน 124 คน ของสถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย โดยจะแบ่งกันมาดูงานโดยกลุ่มของพวกตนมาดูงานแหลมฉบัง และได้เข้าพักที่โรงแรมดังกล่าว โดยขณะเกิดเหตุตนรออยู่เพื่อขึ้นลิฟท์อีกรอบ ซึ่งในขณะลิฟท์ขึ้นจะว่าน้ำหนักเกินก็ไม่ใช่เพราะไม่มีเสียงเตือน นอกจากนั้นหลังเกิดเหตุทางโรงแรมไม่ยอมช่วยเหลือพวกตนและคนในลิฟท์ต้องช่วยเหลือกันเองกว่า 10 นาทีจึงสามารถออกมาได้ และตนได้ร้องขอให้ทางโรงแรมแสดงความรับผิดชอบ เพราะเป็นความผิดของทางโรงแรมแต่ทางโรงแรมอ้างเพียงรอประกันเท่านั้น

ต่อมากลุ่มปลัดที่เดินทางไปโรงพยาบาลได้กับมาโดยนายสมใจ ทีโอด อายุ 50 ปี ปลัด อบต.บ้านป่า เล่าเหตุการณ์ที่ตนเองเกือบเอาชีวิตไม่รอดว่า ขณะเข้าไปในลิฟท์เพื่อขึ้นไปยังห้องพักลิฟท์ไม่มีเสียงเตือนว่าน้ำหนักเกิน จากนั้นพอขึ้นไปถึงชั้น 7 ประตูลิฟท์เปิดตนเองก้าวขาออกไปข้างหนึ่งระหว่างนั้นลิฟท์เกิดล่วงลงทันที่ตนจึงรีบชักขาอีกข้างออกจากลิฟท์ ลิฟท์เลยเฉียดด้านหลังจนเสื้อขาด ส่วนคนอื่นอีก 9 คนก็ล่วงลงไปพร้อมลิฟท์จนถึงชั้นที่ 1

หลังจากเกิดเหตุเมื่อวานตอนเย็นจนกระทั่งวันนี้ที่มีเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดำเนินการ ทางโรงแรมจึงยอมจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้กับทางกลุ่มปลัดที่ได้รับบาดเจ็บโดยไม่ต้องรอประกันภัยของลิฟท์ โดยทางกลุ่มปลัดดังกล่าวก็พอใจจึงไม่ได้ติดใจ นอกจากนั้นทางเมืองพัทยาได้เข้าตรวจสอบลิฟท์ทั้งหมดเพื่อความปลอดภัยอีกครั้ง หลังทางโรงแรมได้นำหนังสือว่าทางโรงแรมมีการตรวจสอบลิฟท์เป็นประจำให้เจ้าหน้าที่ดูแต่ทางเจ้าหน้าที่ไม่สนใจเพราะเกิดเหตุขึ้นมา

ส่วนทางโรงแรมเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวตัวแทนโรงแรมไปดำเนินคดีในข้อหาทำการโดยประมาท ทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บแก่กายและจิตใจ ซึ่งเป็นโทษแบบลหุโทษจึงสามารถไกล่เกลี่ยกันได้ แต่ทางโรงแรมจะโดนปรับในข้อหาดังกล่าวไม่เกิน 10,000 บาท

ทร.จัดเรือหลวงฯ ลำเลียงสิ่งของ ช่วยชาวบ้านประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้


หมู่เรือเฉพาะกิจบรรเทาสาธารณภัย กองทัพเรือ (มบภ.ทร.) ประชุมวางแผนการลำเลียงสิ่งของบริจาคที่มากับ เรือหลวงมันใน ขึ้นสู่หาด พร้อมส่งกำลังบำรุงทางยุทธวิธี โดยจัดเรือระบายพลขนาดเล็ก ของเรือหลวงอ่างทอง ส่งชุดล่วงหน้า ประกอบด้วยชุด BMU ชุดอำนวยการส่งกำลังบำรุงทางยุทธวิธี ชุดปฏิบัติการพิเศษของหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือฯ ขึ้นสู่หาด

จากนั้นนำเรือระบายพลขนาดกลาง(LCM) และเรือระบายพลขนาดเล็ก(LCVP)จากเรือหลวงอ่างทองเข้ารับถุงยังชีพ จากเรือหลวงมันในที่เดินทางมาจากอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้าฯ นำของบริจาคที่ได้จากพี่น้องประชาชน นำมาแจกจ่ายให้กับผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ จว.นครศรีธรรมราช

ด้านพลเรือโทภาณุ บุญยะวิโรจ เสนาธิการกองเรือยุทธการ ได้กล่าวชื่นชมและให้กำลังใจกำลังพลที่ปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ และนำหลักการปฏิบัติการทางทหารมาประยุกต์ใช้เพื่อช่วยเหลือประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งการปฏิบัติการของหน่วยกำลังนี้ยังคงยึดหลักการ “From The Sea” ตามเจตนารมณ์ของผู้บัญชาการทหารเรือ ภายใต้แนวคิด “ทหารเรือจะไม่ทิ้งประชาชน “

จับหนุ่มตระเวนขโมยไฟท้ายรถยนต์! ใช้หลานชายวัย 12 ดูต้นทาง


เจ้าหน้าที่ตำรวจ ภ.จว.สุพรรณบุรี เจ้าหน้าที่ทหารชุด รส.ม.พัน 19 ร่วมกันจับกุมตัว นายจีรวัฒน์ อาชีพขายพวงมาลัย พร้อม ด.ช.บี (นามสมมุติ) อายุ 12 ปีหลานชาย

สืบเนื่องที่ผ่านมา ในพื้นที่อำเภอสามชุกและอำเภอใกล้เคียง เกิดเหตุคนร้ายขโมยไฟท้ายรถยนต์กระบะหลายครั้ง ล่าสุดที่ผ่านมา ก่อเหตุขโมยไฟท้ายรถ 2 คันบริเวณลานจอดรถหอพักแห่งหนึ่ง ชุดสืบสวนจึงออกสืบสวนติดตามจับกุมตัวและตรวจสอบกล้องวงจรปิด โดยติดตามจับกุมตัวได้ที่ห้องเช่า ต.บางสะแก อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี พร้อมของกลางไฟท้ายรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ จำนวน 4 คู่ ยี่ห้อโตโยต้าวีโก้ จำนวน 1 คู่ ฝาเปิดกระบะพร้อมกล้องมองหลังรถยนต์อีซูซุ 1 ชุด อุปกรณ์งัดแงะ รถเก๋งโตโยต้าวีออส สีขาว 1 คัน รถจักรยานยนต์ 1 คัน กระสอบสีขาว 1 ใบ พร้อมเสื้อผ้าที่ใช้สวมใส่ตระเวนก่อเหตุ

สอบสวนนายจีรวัฒน์ รับสารภาพ สาเหตุที่ทำไปเพราะต้องการหาเงินเนื่องจากขายพวงมาลัยมีรายได้น้อยเงินไม่พอใช้ โดยตนจะขี่รถจักรยานยนต์ไปตระเวนก่อเหตุ ให้หลานชายช่วยดูต้นทาง พอเห็นจังหวะไม่มีคนก็รีบลงมือขโมยไฟท้ายทันทีใช้เวลาประมาณ 1 นาที ส่วนใหญ่จะขโมยไฟท้ายรถอีซูซุรุ่นใหม่และรถวีโก้ แล้วนำไปเก็บซ่อนไว้ในหลังรถเก๋งแฟนสาว ก่อนนำไปขายที่ตลาดมืด ตลาดขายของมือสอง ตกราคาคู่ละ 2-3 พันบาท ซึ่งเป็นราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด โดยตระเวนก่อเหตุไปตามท้องที่ต่างๆ ทั่ว จ.สุพรรณบุรี เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเคหะสถานในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุมหรือรับของโจร ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ตำรวจรื้อคดี-แจ้งข้อหาหนัก หนุ่มมือแทงแล้วจุดไฟเผาแม่แฟน


ความคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญกรณีที่แฟนหนุ่มบุกเข้าบ้านแฟนสาว ใช้อาวุธมีดแทงฝ่ายหญิง ก่อนผู้เป็นแม่จะเข้ามาช่วยเหลือแต่กลับถูกแทง แล้วราดน้ำมันจุดไฟเผาจนบาดเจ็บสาหัส ต้องรักษาตัวนานกว่าสองเดือน ล่าสุดได้เสียชีวิตลง ขณะที่นายแซม ผู้ก่อเหตุได้รับการประกันตัว ในข้อหาพยายามฆ่า

ล่าสุด พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าของคดีเร่งสรุปสำนวนดำเนินคดีใหม่ทั้งหมด หลังผู้บาดเจ็บเสียชีวิตลง โดยจะมีการเพิ่มข้อกล่าวหากับผู้ก่อเหตุจากพยายามฆ่าเป็นเจตนาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เนื่องจากทั้งพฤติกรรมและหลักฐานชัดเจนว่ามีการเตรียมการมาก่อเหตุโดยตรง ซึ่งจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ทั้งการทำสำนวนรวบรวมพยานหลักฐาน รวมทั้งแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มก่อนที่จะมีการออกหมายจับและทำการควบคุมตัว

หากครอบครัวผู้เสียชีวิตหวาดกลัวเรื่องการใช้อิทธิพลของทางฝั่งผู้ต้องหา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันจะให้ความเป็นธรรมรวมทั้งดูแลเรื่องความปลอดภัย และคุ้มครองพยาน พร้อมยืนยันว่ากรณีนี้จะไม่ให้มีเรื่องของการใช้อิทธิพลมาอยู่ด้วยกฎหมายโดยเด็ดขาด คาดว่าจะสามารถออกหมายจับได้ภายใน 48 ชั่วโมง

ตำรวจลาวบุกกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติด ‘ไซซะนะ’


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากตำรวจไทยโชว์ฝีมือจับกุมเจ้าพ่อยาเสพติดลาว “ไซซะนะ แก้วพิมพา” ได้ ก็มีกระแสกดดันตำรวจลาวอย่างหนักในสื่อสังคมออนไลน์ลาว ส่วนใหญ่ได้เรียกร้องให้ทางการลาวออกมาแถลงข่าวเกี่ยวกับกรณีการจับกุม “ไซซะนะ” ในครั้งนี้

ล่าสุด ท่านทองเหล็ก มังหม่อเมก หัวหน้ากรมใหญ่ตำรวจ กระทรวงป้องกันความสงบ จึงนำทีมแถลงข่าวการปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติด 

“ท่านทองเหล็ก” แจ้งว่า กรมตำรวจสะกัดกั้นและต้านยาเสพติด กรมตำรวจใหญ่ กระทรวงป้องกันความสงบ ได้ดำเนินการกวาดล้างขบวนการยาเสพติด ตั้งแต่ภาคเหนือจรดภาคใต้ จับกุมผู้ต้องหาได้ 33 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นมีเครือข่ายแก๊งยาเสพติด “ไซซะนะ แก้วพิมพา”

กลุ่มที่ 1 แก๊งท้าวกิน้อย ผาไซ เมืองสีโคดตะบอง นครหลวงเวียงจันทน์ พร้อมกับพวก 16 คน

กลุ่มที่ 2 แก๊งท้าวหวาด พิลาวัน นครหลวงเวียงจันทน์ พร้อมพวก 3 คน

กลุ่มที่ 3 แก๊งท้าวคอนปะสง สุกเสิม นครหลวงเวียงจันทน์ ซึ่งเป็นเครือข่ายยาเสพติดที่ใหญ่กว่าแก๊งไซซะนะ แก้วพิมพา

กลุ่มที่ 4 แก๊งท้าวไซซะนะ แก้วพิมพา แขวงคำม่วน เจ้าหน้าที่ลาวได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติดไทย จับกุมตัว “ไซซะนะ” ได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ

กลุ่มที่ 5 แก๊งท้าวคอนไท โคดสมบัด เมืองสองคอน แขวงสะหวันนะเขต พร้อมกับพวก 2 คน

โดยกรมตำรวจสะกัดกั้นและต้านยาเสพติด ได้ตามยึดทรัพย์ของเครือข่ายยาเสพติด 5 กลุ่มดังกล่าว ปรากฏว่าได้อายัดบ้านพัก, โรงแรม, ตลาด, ร้านอาหาร, โรงงานเฟอร์นิเจอร์, โรงงานสังกะสี, ตึกแถว, ปั๊มน้ำมัน, รถหรู, เจ็ตสกี และอื่นๆ

นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจลาวยังดำเนินการจับกุมบุคคลที่วิ่งเต้นให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปล่อยตัวผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายใหญ่ โดยจะจ่ายเงินให้ 30 ล้านบาทต่อหนึ่งคน และจะมีการจ่ายเงินล่วงหน้า 10 ล้านบาท ให้เจ้าหน้าที่เป็นการมัดจำ

หลังการแถลงข่าวใหญ่ของตำรวจลาว ชาวโซเชียลได้วิพากษ์วิจารณ์มากมาย คนลาวบางคนมองว่า นี่เป็นการรักษาหน้าของตำรวจลาวที่ปล่อยให้ทางตำรวจไทยออกข่าวพาดพิงเครือข่ายไซซะนะที่หลบหนีอยู่ในลาวเกือบทุกวัน

อย่างไรก็ตาม การจับกุม “คอนปะสง” เจ้าพ่อยาเสพติดที่ใหญ่กว่า “ไซซะนะ” ก็มิได้ทำให้ตำรวจเสียหน้ามากนัก เนื่องจาก “คอนปะสง” เป็นเจ้าของโรงแรม และตลาดใหญ่ในแขวงคำม่วน

รพ.เอกชนแจงบิลค่ารักษาโหด คนไข้ต้องจำนำทองจ่าย


ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ปิยะเวชช์ บ่อวิน ออกมาชี้แจงเรื่องค่ารักษาพยาบาล หลังจากมีการแชร์ทางเฟสบุ๊ค เกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาลโหดเข้าโรงพยาบาลเพียง 2 ชั่วโมง ถูกฟันรักษาร่วม 4 หมื่นบาท ถึงกับต้องจำนำทอง เผยค่าใช้จ่ายเป็นไปตามมาตรฐานการรักษา

จากกรณีที่มีญาติผู้ป่วยรายหนึ่ง ได้แชร์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับการนำผู้ป่วยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลปิยะเวชช์ บ่อวิน เพียง 2 ชั่วโมง ต้องเสียค่ารักษาถึง 40,945 บาท ต้องถึงกับใช้สร้อยคอทองคำหนัก 3 บาทพร้อมเงินสด 21,000 บาท วางมัดจำก่อนได้ย้ายไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลพญาไท ศรีราชา ตามสิทธิ์ประกันสังคม จนเป็นที่วิจารณ์กันอย่างแพร่หลายกันในโซเชียลมีเดีย

ล่าสุด  นายแพทย์ ปิยะ เชี่ยวประสิทธิ์ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลปิยะเวชช์ บ่อวิน ตำบลบ่อวิน อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ได้ออกมาเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เกี่ยวกับการรักษา นายเสถียร อายุ 34 ปี ซึ่งได้เข้าทำการรักษาเมื่อเที่ยงคืน  ที่ผ่านมา เป็นผู้ป่วยฉุกเฉินสาเหตุลื่นล้มในห้องน้ำจนหัวฟาดพื้นหมดสติ จากการตรวจสอบพบมีลิ่มเลือดในสมอง ทางโรงพยาบาลพยายามช่วยเหลือทำการขั้นตอนของการรักษาทุกอย่าง จนญาติผู้ป่วยมีความประสงค์ต้องการเคลื่อนย้ายไปรักษาต่อยังโรงพยาบาลพญาไท ศรีราชา ตามสิทธิ์ประกันสังคมของผู้ป่วย ทางเจ้าหน้าโรงพยาบาลได้แจ้งความประสงค์ต่อญาติผู้ป่วยจะติดต่อทางโรงพยาบาลพญาไท ศรีราชา ให้มาเคลื่อนย้ายโดยทางญาติผู้ป่วยแจ้งความประสงค์ต้องการแบบเร่งด่วน โดยใช้รถของทางโรงพยาบาลปิยะเวชช์เคลื่อนย้ายจึงต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มจากยอดเดิม และญาติผู้ป่วยจึงแจ้งความประสงค์ขอนำทองวางมัดจำไว้ก่อนเนื่องจากเงินที่ติดตัวไม่พอวันรุ่งขึ้นจะมาการชำระเมื่อญาติประสงค์เช่นทางโรงพยาบาลก็ดำเนินตามประสงค์

ในขณะที่ผู้สื่อข่าวได้เดินทางเข้าไปตรวจสอบที่โรงพยาบาลพญาไท ศรีราชา ที่ผู้ป่วยพักรักษาตัวอยู่ พบว่ามีอาการอยู่ในขั้นโคม่าต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ โดยทางญาติไม่ยอมให้ข้อมูลกับทางผู้สื่อข่าว พบว่ามีรถกู้ภัยของมูลนิธิแห่งหนึ่งเข้ามารับตัวผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาลทั้งเครื่องช่วยหายใจ โดยญาติบอกแต่เพียงว่านำตัวกลับไปรักษาที่บ้านเกิด

สาวบาร์โหดไล่ทำร้ายลูกค้าฝรั่ง ฉุนโดนต่อว่าค่าเครื่องดื่มแพง

พ.ต.ท.กิตติพงศ์ ศรีชำนาญสารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งจาก MR.DAVID ALAW LODGE อายุ 63 ปี สัญชาติอังกฤษ ว่าถูกสาวบาร์เบียร์ทำร้านร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ โดยมีบาดแผลแตกที่หน้าผาก เบ้าตาเขียวช้ำ เหตุเกิดที่แพทซี่ บาร์เบียร์ ภายในซอย8พัทยาสายสอง หลังรับแจ้งจึงส่งสายตรวจไปตรวจสอบที่บาร์เบียร์ดังกล่าว

ไปถึงพบ น.ส.รุ่งนภา อายุ 43 ปี ชาวจังหวัดอุบลราชธานี อยู่ภายในเคาน์เตอร์บาร์ จึงได้ทำการสอบสวน โดยให้การอ้างว่ากลุ่มต่างชาติมานั่งดื่มที่บาร์แล้วหลังคิดเงินกับไม่ยอมจ่ายเต็มราคาที่เรียกเก็บ โดยอ้างว่าที่บาร์จำหน่ายของแพงกว่าร้านสะดวกซื้อซึ่งตนเองก็ได้แจ้งว่าที่นี่เป็นบาร์เบียร์ แต่ MR.DAVID ALAW LODGE ก็ไม่ยอมจ่ายเงินที่เหลือ ตนจึงความโมโหใช้รองเท้าตบที่ใบหน้า ภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบในที่เกิดเหตุได้มีชาวบ้านนำคลิปภาพเหตุการณ์ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบ โดยพบว่า น.ส. รุ่งนภา ปลื้มใจ ได้กระทำการไล่ทำร้าย MR.DAVID ALAW LODGE จริง จึงได้ควบคุมตัวพร้อมแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บถึงสาหัส ดำเนินคดีตามกฎหมาย เนื่องจากทำให้เสียภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของเมืองพัทยา ตามที่ผู้บังคับบัญชาได้มีนโยบายให้ดูแลนักท่องเที่ยว