ข่าวกีฬา

คิดเอาไว้ว่าใช่.. ต้องใช่แน่ๆ?! “ชนาธิป” ใบ้เป็นนัย “พี่ชายจะย้ายออกจากทีม”


ทำเอาแฟนบอล “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ลุ้นสุดๆว่าจะใช่ “คลีตัน ซิลวา” หรือไม่ เมื่อล่าสุด “ชนาธิป สรงกระสินธ์” ออกมาโพสต์ทำนองว่ามีแข้งรุ่นพี่ที่เจ้าตัวสนิทจะต้องอำลาทีม

เนื่องจาก คลีตัน เพิ่งถูกหั่นชื่อจากทีมชุดลุยศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก 2017 รอบแบ่งกลุ่มเมื่อเร็วๆนี้ จึงทำให้มีข่าวลือว่าเจ้าของดาวซัลโวไทยพรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่เเล้วอาจจะย้ายออกจากถิ่นเอสซีจี สเตเดี้ยม

โดย “เจ้าเจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ จอมทัพร่างเล็กของกิเลนผยอง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คเกี่ยวกับรุ่นพี่ในทีมคนหนึ่ง ซึ่งแฟนคลับก็พร้อมใจคาดกันว่าน่าจะเป็น คลีตัน ซิลวา แน่นอน

จากเฟซบุ๊ค Chanathip Jay Songkrasin โพสต์ว่า “เมื่อวานไป recovery ที่สนาม และมีพี่ชายที่ผมสนิทมากเดินมาบอกว่า เจ โชคดีนะ ผมต้องย้ายทีม ผมก็เสียใจแต่ผมก็รู้สึกมันเป็นวิธีฟุตบอล ผมก็คุยกับเขาว่าฟุตบอลคือสิ่งสำคัญที่สุดและก็คือการพัฒนา แต่สิ่งที่สำคัญในการดำรงชีวิตคือเงินในอนาคต ขอให้พี่ชายของผมโชคดี”

อย่างไรก็ดี โพสต์ดังกล่าวได้ถูกลบไปจากหน้าเฟซของดาวเตะทีมชาติไทยเรียบร้อย แต่กระแสก็ยังเชื่อว่าน่าจะเป็นดาวยิงบราซิลที่ชนาธิปสนิทสนมเป็นอย่างดี เนื่องจากเคยร่วมทีมกันทั้งสมัยอยู่บีอีซี เทโรศาสน จนมาถึง เมืองทอง ยูไนเต็ด นั่นเอง

สื่อเวียดนามตีข่าว : “ทริสตอง โด ไม่ได้เห็นเราเป็นบ้านเก่าเลย”


“ทริสตอง โด” หนึ่งในกองหลังที่ได้รับความสนใจอย่างมากคนหนึ่งในไทย และมีปู่เป็นชาวเวียดนาม แต่กองหลัง 24 ปีรายนี้ กลับไม่คิดว่าเวียดนามคือบ้านเก่าของเขาเลย

บรรพบุรุษของ ทริสตอง โด เป็นชาวเวียดนาม แต่อพยพไปประเทศไทย จนพ่อของเขาเกิดที่นั่น จากนั้นพ่อของเขาก็เดินทางไปศึกษาต่อที่ปารีส จนพบกับแม่ของเขา และตัวเขาได้กำเนิดที่นั่น ด้วยเหตุนั้นจึงทำให้เขาคิดว่าเขาเป็นคนไทย ทั้งที่จริงตัวเขามีเลือดเวียดนามอยู่ด้วย

โด มีพรสวรรค์ตั้งแต่วัยเด็ก เขาฉายแววนักฟุตบอลตั้งแต่อายุน้อยๆ นักเตะที่มี 3 สายเลือด ไทย, เวียดนาม และ ฝรั่งเศส ได้เข้าฝึกซ้อมกับศูนย์ฝึกที่มีชื่อเสียงในฝรั่งเศส CLB Strasbourg จากนั้นย้ายไปเล่นอาชีพตั้งแต่ปี 2011 กับสโมสรลอริยองต์ (Lorient) ก่อนจะถูกยืมตัวไปเล่นให้สโมสร SAS Épinal ในฤดูกาลถัดมา
“ทริสตอง โด” หนึ่งในกองหลังที่ได้รับความสนใจอย่างมากคนหนึ่งในไทย และมีปู่เป็นชาวเวียดนาม แต่กองหลัง 24 ปีรายนี้ กลับไม่คิดว่าเวียดนามคือบ้านเก่าของเขาเลย

บรรพบุรุษของ ทริสตอง โด เป็นชาวเวียดนาม แต่อพยพไปประเทศไทย จนพ่อของเขาเกิดที่นั่น จากนั้นพ่อของเขาก็เดินทางไปศึกษาต่อที่ปารีส จนพบกับแม่ของเขา และตัวเขาได้กำเนิดที่นั่น ด้วยเหตุนั้นจึงทำให้เขาคิดว่าเขาเป็นคนไทย ทั้งที่จริงตัวเขามีเลือดเวียดนามอยู่ด้วย

โด มีพรสวรรค์ตั้งแต่วัยเด็ก เขาฉายแววนักฟุตบอลตั้งแต่อายุน้อยๆ นักเตะที่มี 3 สายเลือด ไทย, เวียดนาม และ ฝรั่งเศส ได้เข้าฝึกซ้อมกับศูนย์ฝึกที่มีชื่อเสียงในฝรั่งเศส CLB Strasbourg จากนั้นย้ายไปเล่นอาชีพตั้งแต่ปี 2011 กับสโมสรลอริยองต์ (Lorient) ก่อนจะถูกยืมตัวไปเล่นให้สโมสร SAS Épinal ในฤดูกาลถัดมา  ทริสตอง โด ลงเล่นให้กับทีมชาติไทย U23 เขาทำได้ดีและเป็นนักเตะสำคัญในการคว้าเหรียญทองซีเกมส์ 2015 กองหลัง 3 สายเลือดคนนี้ ถูกเรียกติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ครั้งแรก วันที่ 9 พฤษภาคม 2015 ในการแข่งขันกระชับมิตรกับทีมชาติอัฟกานิสถาน และเมื่อเร็วๆนี้ เขาก็ขึ้นรับถ้วยแชมป์ AFF SUZUKI CUP 2016 ร่วมกับทีมชาติไทย

ทริสตอง โด เป็นที่รู้กันในหมู่แฟนบอลเวียดนามว่า เพราะปู่เขาอพยพมาไทย ทำให้นักเตะวัย 24 คนนี้ ไม่ได้สนใจเรื่องบ้านเกิดเก่าของปู่เขา  ทริสตอง โด เคยบอกเป้าหมายของตัวเองว่า “ผมเคยได้รับข้อเสนอจากเวียดนาม เพื่อโน้มน้าวให้ผมเล่นให้กับทีมชาติเวียดนาม แต่ผมปฏิเสธ มีแค่ ฝรั่งเศส และ ไทย เป็นตัวเลือกของผม พ่อของผมเกิดและเติบโตในประเทศไทย และพ่อไม่เคยไปเวียดนาม ขณะนี้เราไม่มีญาติอยู่ที่เวียดนามเลย ตั้งแต่ที่ครอบครัวเราอพยพมาประเทศไทย แม้ปู่ของผมจะเป็นชาวเวียดนาม แต่เขาก็ออกมาจากเวียดนามตั้งแต่เด็กๆ ดังนั้นพ่อของผมจึงเป็นคนไทย 100%”

พ่อของ ทริสตอง โด ยังได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม ถึงการปฏิเสธที่จะเล่นให้กับเวียดนามของ ทริสตอง โด ว่า “พวกเขา(เวียดนาม) ติดต่อมาตั้งแต่เขา(ทริสตอง โด) อายุ 16 ปี ซึ่งตอนนั้นเราได้ปฏิเสธไป เพราะเขายังเด็กมาก”  

เวียดนามจะไปบอลโลก (เหรอ)!

อย่างที่ทราบกันดีว่า โควตาทีมได้สิทธิแข่งรอบสุดท้ายของศึกเวิลด์คัพนั้น จะเพิ่มขึ้นจาก 32 เป็น 48 ทีมตั้งแต่ปี 2026 หลายคนคงอดสงสัยไม่ได้ว่า สิทธิที่ได้เพิ่มมา 12 ที่นั่งนั้น หวยจะตกอยู่กับทวีปใดบ้าง

แม้เร็วเกินไปที่ ฟีฟ่า จะประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ แต่ทางสื่อต่างประเทศเขาจัดแจงชี้มาเรียบร้อยแล้วนะครับว่าโควต้านั้นจะเป็นของใครบ้าง
ทวีปแรกยุโรป “ขาใหญ่” ที่เคยได้ตั๋วมากที่สุด 13 ใบ สหพันธ์ฟุตบอลยุโรปหรือยูฟ่าตั้งธงมาแล้วว่า น่าจะได้ขยับตัวเลขมาที่ 16 ซึ่งถือว่าเพิ่มมาเพียง 3 ทีม ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร อเมริกาใต้จาก 4.5 จะเป็น 6 คอนคาเคฟ 3.5 เป็น 6.5 โอเชียเนียจาก 0.5 เป็น 1 เจ้าภาพอีกหนึ่งทีม

แอฟริกา จากเดิมที่เคยได้ 5 ทีม จะได้เพิ่มเป็นถึง 9 ทีม ถ้าเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์การขยายตัวแล้วเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ หรือหนึ่งเท่าตัวเลยทีเดียว ก็เนื่องมาจากผลงานในรอบสุดท้ายของพวกเขาจากฟุตบอลโลกครั้งที่ผ่านๆมา

รวมทั้งคุณภาพผู้เล่นจากทวีปนี้ที่ปัจจุบันกลายเป็นสตาร์ดังไปทั่วลีกใหญ่ของยุโรป
ส่วนเอเชียของเรานั้น มีการคาดหมายว่าน่าจะได้เพิ่มจาก 4.5 ทีมเป็น 8.5 ทีม มีเปอร์เซ็นต์ขยายพอๆกับกาฬทวีปเลยทีเดียว แต่ไอ้ 0.5 นั้นมักจะไม่ค่อยมีผลอะไร เพราะไปเพลย์ออฟกับทวีปอื่นทีไรสู้เขาไม่ได้ทุกที

แต่โควตา 8.5 ที่ว่า ก็น่าจะทำให้หลายๆชาติอย่าง ซาอุดิอาระเบีย จีน เกาหลีเหนือ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ฯลฯ มีโอกาสมากขึ้นในการลุ้นติดสอยห้อยตามตัวเต็งอย่าง เกาหลีใต้
ไม่ทราบว่าผลบุญนี้จะตกมาถึงชาติชาติใดชาติหนึ่งในอาเซี่ยนบ้างหรือไม่นะครับ แต่ที่แน่ๆ สมาคมฟุตบอลเวียดนามเครื่องร้อนสุด ประกาศเป็นชาติแรกในแถบนี้ว่า จะขอไปบอลโลก ให้ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดยกำหนดชัดด้วยว่าในปี 2026! นี่แหล่ะ โห?
ไม่รู้ว่าไปกินดีหมีหัวใจเสืออะไรมา “ทีมเหงียน” ประกาศชัดครับว่าจะเริ่มเน้นพัฒนาผู้เล่นชุดเยาวชน ตั้งแต่ชุด 20 ปีชิงแชมป์เยาวชนโลก 2017 ต่อด้วยลุ้นเหรียญทองฟุตบอลชายในกีฬาซีเกมส์ปีนี้ซึ่งจะจัดขึ้นที่มาเลเซียในเดือนสิงหาคม ให้ผู้เล่นอายุระหว่าง 18-19 ได้โชว์ผลงาน โดยหวังว่าอีก 8-9 ปีข้างหน้า เมล็ดพันธุ์เหล่านี้จะงอกงามพอดีฤดูเก็บเกี่ยว

ว่าก็ว่าเถอะ หลายปีที่ผ่านมา เวียดนาม แซงหน้าเราไปหลายอย่างแล้วนะครับ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ กสิกรรม และ การเมือง มาถึงประเด็นฟุตบอลแบบนี้ล่ะ ไทยเราจะว่าอย่างไร…จะสู้เขาไหมครับ

“กิเลนฯ-ช้างศึก” งานเข้า! “สารัช” ข้อเท้าหักพักยาว 4 เดือน


ข่าวร้ายสำหรับสโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด และทีมชาติไทย เมื่อ “เจ้าตัง” สารัช อยู่เย็น ต้องพักยาว หลังโดนเสียบในเกมเปิดบ้านเฉือน สุโขทัย เอฟซี 1-0 ศึกไทยลีก

การแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก 2017 เมื่อช่วงค่ำ  ที่ผ่านมา ณ สนามเอสซีจี สเตเดี้ยม “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เอาชนะ สุโขทัย เอฟซี 1-0 คว้าชัย 2 นัดติด ขึ้นนำเป็นจ่าฝูงไทยลีก แต่ทว่าต้องเสียผู้เล่นคนสำคัญอย่าง สารัช อยู่เย็น ที่ข้อเท้าหัก และต้องพักอย่างน้อย 4 เดือน

เหตุการณ์เกิดขึ้นจากจังหวะส่วนกลับเร็วของเจ้าบ้าน สารัช พาบอลขึ้นมา แต่โดนทาง พิชิต ใจบุญ แข้งทีมเยือนเสียบเข้าอย่างจัง จนทำให้บาดเจ็บและถูกเปลี่ยนตัวออก

ก่อนสุดท้ายจะได้รับรายงานว่า กองกลางรูปหล่อข้อเท้าขวาหัก ต้องพักอย่างน้อย 4 เดือน ทำให้ สารัช ต้องพลาดการลงเล่นให้กับทีมในช่วงเลกแรกของซีซั่นนี้แน่นอนแล้ว

มาไวไปไว! “เปเรซ” เตรียมชิ่งรัง “ปืน” หาโอกาสลงสนามเพื่อบอลโลก 2018

ลูคัส เปเรซ หัวหอกอาร์เซน่อล เตรียมบอกลาถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม หลังจบฤดูกาลนี้ แม้จะเพิ่งย้ายมาร่วมทีมเมื่อปีที่แล้วเท่านั้นตามรายงานของสื่อสเปน

โดยหัวหอกเลือดกระทิงดุไม่ค่อยได้รับโอกาสลงสนามให้ปืนใหญ่ มากนักในฤดูกาลนี้ เนื่องจากบาดเจ็บ แล้วโดนนักเตะอย่าง อเล็กซิส ซานเชซ และ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ขวางทางอยู่นั่นเอง

นอกจากนี้ เกมล่าสุดซึ่ง ปืนใหญ่ บุกไปแพ้ เสือใต้ เละเทะถึง 1-5 แม้หัวหอกวัย 28 จะฟิตพร้อมลงสนาม แต่เขากลับไม่มีชื่อแม้แต่ตัวสำรองด้วยซ้ำ

จากเรื่องนี้รวมถึงการอยากจะโชว์ฟอร์มเพื่อให้ได้ติดทีมชาติสเปนชุดลุยศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย เขาจึงต้องการออกไปหาโอกาสลงสนามที่อื่นนั่นเอง

ขณะที่ฤดูกาลนี้ เปเรซ ลงสนามเป็นตัวจริงไปเพียง 1 เกมในพรีเมียร์ลีก สามารถยิงได้ 1 ประตู พร้อมยังเคยทำแฮตทริกในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วย

“ปีศาจ” กำลังจะกลับมา


ในขณะที่สปอร์ทไลท์สาดส่องไปยังเมอร์ซี่ย์ไซด์, ในขณะที่อนาคตของ เวนเกอร์ กำลังอยู่บนเครื่องหมายคำถาม ราวกับว่าในตอนนี้โลกลูกหนังต่างละสายตาจาก “ซาตานตราสามง่าม”ไปชั่วขณะ…

สตีเว่น เจอร์ราร์ด วิเคราะห์ว่าในปีนี้ อาร์เซน่อล และ ยูไนเต็ด จะเป็นสองผู้โชคร้ายที่หลุดจากท็อปโฟร์ ส่วน เจอร์เมน เจนาส ก็เห็นด้วยพลางผงกหัวกับแนวคิดดังกล่าว, ด้านสกายสปอร์ตเลือกเล่นข่าวการกลับมาเกิดใหม่อีกครั้งของ “หงส์แดง”

ขณะที่ บีบีซี กับ เดอะ มิร์เรอร์ ณ เวลานี้กำลังละเลงอนาคตบนเส้นด้ายของ “อาร์แซน เวนเกอร์” อย่างเมามันส์

ราวกับโลกนี้หยุดนิ่ง ราวกับทุกคนศิโรราบให้กับ เชลซี ไปหมดแล้วแต่ในขณะที่โลกทั้งโลกกำลังสิ้นหวังและหมางเมินพวกเขา..“ปีศาจแดง” กำลังผุดตัวออกจากหลุมและกลับมาหลอกหลอนอีกครั้ง!

ชัยชนะเหนือวัตฟอร์ด 2-0 ถือเป็นเกมที่ 16 ติดต่อกันแล้วที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เดินหน้าทำสถิติไร้พ่ายต่อเนื่องในพรีเมียร์ลีกแต่นั่นไม่เท่ากับความยอดเยี่ยมในสนามที่ “เร้ด เดวิลส์” กำลังโชว์ออกมา
หลายครั้งครับแต่เหมือนกับว่าผลงานในเกมล่าสุดน่าจะเป็นแมตช์ที่ “ยอดเยี่ยมที่สุด” ที่ลูกทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ ทำได้ในซีซั่นนี้

จับหวะจับโคนหรือการเดินหน้ากระซวกคู่แข่งมันช่างทำให้หวนนึกถึงวันเก่าๆ โอกาสไม่ต่ำกว่า 7-8 ครั้งถูกสาดส่องไปมาในช่วง 30 นาทีแรก ถ้าจะหา “แมน ออฟ เดอะ แมตช์” ซักคนในเกมนี้…พนันได้เลยครับว่า “ไม่มีทางเลือกถูก”

เพราะเกมนี้ขุนพลอสูรกายนั้นโดดเด่นทุกคนจริงๆ ไล่ตั้งแต่แผงหลังอย่าง เอริค ไบญี่ ที่ยิ่งเล่นก็ยิ่งทำให้ทึ่งราวกับจับ “วิดิช” และ “เฟอร์ดินานด์” มารวมร่างกัน, เฮนริค มคิทาร์ยาน ที่รับบทเพลยเมคเกอร์อีกครั้งทำใหแดนกลางของ ยูไนเต็ด ในเกมนี้สุดไหลลื่นฤากระทั่ง ป็อกบา ที่โดนวิจารณ์อย่างหนักช่วงที่ผ่านมานัดนี้ก็ยังอุตส่าห์เป็นคนเซ็ตบอลทำให้ทีมได้ประตูที่สองในเวลาต่อมา

เช่นเดียวกับ มาต้า จากวันที่เป็นส่วนเกินของ มูรินโญ่ ที่ เชลซี ใครจะคิดครับว่าเจ้าตัวจะเป็นผู้ทำให้ “เดอะ สเปเชี่ยล วัน” กลับมามีที่ยืน ส่วน มาร์กซิยาล บางทีแผนของ “น้ามู” อาจสำเร็จแล้วหลังทำให้แข้งรายนี้ระเบิดความอัดอั้นจากการโดนดองและกลับมามีสมาธิในสนามมากกว่าเดิม

จากสายตาที่ได้ประสบนี่คือ “ปีศาจแดง” ทีมเดิมกับที่เราคุ้นตา ไม่ต้องมากจังหวะเหมือน ลิเวอร์พูล, ไม่ต้องบรรจงเซ็ตบอลให้สวยดั่ง อาร์เซน่อล แต่อาศัยการต่อบอลไปเรื่อยๆโดยมี มคิทาร์ยาน เป็นตัวเชื่อมเข้าเขตโทษก่อนจะปาดต่อไปยังริมเส้นแล้วตบกลับเข้ากลางเพื่อปิดบัญชี..

ผีแดง ในตอนนี้ที่ใครหลงลืมกำลังผุดออกจากหลุมอย่างช้าๆ ปัญหาอย่างเดียวคือ “การจบสกอร์” แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นหลัก เพราะตราบใดที่ยังรักษารูปแบบการเข้าทำเช่นนี้ได้…แล้วเดี๋ยว “ประตู” ก็ตามมาเอง  3 แต้มที่ได้อาจไม่ช่วยอะไรมากในวันที่ทีมคู่แข่งร่วมอย่าง อาร์เซน่อล และ ลิเวอร์พูล ก็ได้รับชัยชนะ แต่นั่นไม่ก็ต่างกับสัญญาเตือนอย่างหนึ่ง เป็นสัญญาณที่กำลังบ่งบอกว่ายักษ์หลับตอนนี้กำลังจะฟื้นไข้กลับมาในไม่ช้า
“ปีศาจ” กำลังจะกลับมาแล้ว…ระวังเอาไว้ให้ดีครับบรรดาบิ๊กทีมทั้งหลาย เพราะ วิญญาณกำลังตามติด ติด ติด (ทำเสียง Incidious)….พลาดเมื่อไหร่มีโดนแซงแน่นอน!

“บุรีรัมย์” บรรลุสัญญายืมตัว “ภานุพงศ์ พลซา” จากฉลามชล


“ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สโมสรในศึกโตโยต้า ไทยลีก บรรลุข้อตกลงกับ ชลบุรี เอฟซี ในการขอยืมตัว ภานุพงศ์ พลซา นักเตะสารพัดประโยชน์อนาคตไกล ด้วยสัญญายืมตัว 1 ฤดูกาล

โดยนายทัดเทพ พิทักษ์พูลสิน ผู้จัดการทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เปิดเผยถึงเรื่องดังกล่าวว่า ตอนนี้เราได้บรรลุข้อตกลงในการยืมตัว ภานุพงศ์ พลซา นักเตะสารพัดประโยชน์จากชลบุรี เอฟซี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยสัญญายืมตัว 1 ฤดูกาล

“ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทาง ชลบุรี เอฟซี ที่ปล่อยตัวนักเตะมาให้เราใช้งาน ทางสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้ติดตามดูเด็กคนนี้มาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งทาง ภานุพงศ์ นั้นถือว่าเป็นนักเตะสารพัดประโยชน์ มีทักษะฟุตบอลที่ดี อีกทั้งมองว่าเป็นนักเตะอนาคตไกล เราเชื่อว่าสโมสรจะได้ประโยชน์จากความสามารถของเขา จึงมีการเจรจายืมตัวกันในที่สุด”
ภานุพงศ์ พลซา เริ่มเล่นฟุตบอลครั้งแรกเมื่ออายุ 3 ปี โดยมีคุณพ่อซึ่งเป็นอดีตนักบอลเขต 4 จังหวัดเลย เป็นผู้ฝึกสอน “ดิว” เข้าสู่วงการลูกหนังอย่างจริงจัง เมื่อคัดตัวติดโรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 และพาทีมคว้าแชมป์ฟุตบอลไพรม์มินิสเตอร์ รุ่นอายุ 16 ปี รอบประเทศได้ถึง 2 สมัยติดต่อกัน ทำให้ “ดิว” ภานุพงศ์ พลซา ก้าวขึ้นมาติดทีมเยาวชนชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 16 ปี

ปี 2012 ภานุพงศ์ พลซา ก็ได้รับสัญญาเป็นนักเตะอาชีพของ ชลบุรี เอฟซี และถูกส่งไปเล่นกับ พานทอง เอฟซี จากนั้นปี 2014 – 2015 ก็ถูกยืมตัวมาร่วมทีม ทีโอที เอสซี ก่อนที่ปี 2016 ชลบุรี เอฟซี จะเรียกตัวกลับมาใช้งาน และปี 2017 ก็ย้ายมาร่วมทัพกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในสัญญายืมตัว 1 ฤดูกาล

เปิดใจ “สมศักดิ์ เทพสุทิน” ปธ.สุโขทัย เอฟซี “ค้างคาวไฟมีวันนี้เพราะแฟนบอล”


ศึกฟุตบอล โตโยต้า ไทยพรีเมียร์ ลีก 2017 เปิดฉากประเดิมนัดแรกเป็นที่เรียบร้อย แม้ “ค้างคาวไฟ” สุโขทัย เอฟซี จะพ่ายแพ้ในเกมแรก ขอให้แฟนบอลนั้นใจเย็นซักนิด อีกไม่นานเมื่อการปรับจูนทีมสมบูรณ์ 100 % เราจะกลับมาไล่ล่าชัยชนะในทุกรายการแข่งขันของฟุตบอลไทย

วันนี้ทีมข่าวค้างคาวไฟ ได้เปิดคอลัมป์ใหม่ เพื่อให้แฟนบอล นั้นติดตามความเคลื่อนไหวของทีมผู้บริหารและนักเตะ เรื่องแรกที่จะนำมาเสนอคือการเปิดใจของ บิ๊กบอส “สมศักดิ์ เทพสุทิน” ประธานสโมสรสุโขทัย เอฟซี คนที่ทำทุกอย่างให้ทีมประผลความสำเร็จ เพราะเมื่อย้อนกลับไป 5-6 ปีที่ผ่านมา ต้องบอกว่าแทบไม่มีใครรู้จัก สุโขทัย เอฟซี อย่างไรก็ตามเมื่อเวลาล่วงเลย ชายคนนี้ได้ทำให้คนในเอเชีย รู้แล้ว ว่า ค้างคาวไฟ แห่งสุโขทัย มีดีอย่างไร

ผลักดันทีมบ้านๆระดับภูธร จนได้ไปโชว์ฝีเท้าไกลถึงถ้วยใหญ่ระดับเอเชีย หวังทำผลงานไทยลีกดีกว่าปีก่อน
บิ๊กบอส ค้างคาวไฟ บอกว่า ทีมสุโขทัย เอฟซี เป็นทีมเล็กๆ ลงทุนโดยเม็ดเงินจำนวนไม่สูงนัก ต้องมองถึงอนาคตข้างหน้า หากใช้เงินมากไป ในระยะยาวอาจมีปัญหาได้ เพราะการจะหาผู้สนับสนุนไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่เหมือนกับทีมใหญ่ ที่ทำมาก่อนหน้า ส่วนสุโขทัย เอฟซี ถือว่า เริ่มช้ากว่าทีมอื่น ดังนั้นเราต้องเปลี่ยนจุดอ่อนของเราให้กลายเป็นจุดแข็ง หากเราสามารถยืนหยัดอยู่ในไทยลีกได้ต่อไปยาวๆ ผู้ให้การสนับสนุนจะมีมาก เพราะเวลานี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเราเป็นทีมที่มีคุณภาพ

ปีนี้เรามีงบประมาณ 70 ล้านบาท เพื่อไปหานักเตะฝีเท้าที่ดีขึ้นแต่การเสริมทีม แต่ต้องดูทีมอื่นด้วยว่า เขามีความพร้อมมากน้อยขนาดไหน หากทีมอื่นเขาพร้อมมากกว่า เขาทุ่มมากกว่า ทีมของเราที่ดีขึ้นเล็กน้อย อาจไม่เป็นผล เป้าหมายของเราในปีนี้ก็มีความหวังลึกๆ ว่า ผลงานจะดีขึ้นกว่าปีก่อน เราคิดว่าน่าจะพยายามหาวิธีช่วยให้โค้ชทำงานได้ง่ายขึ้นและคงไม่ไปวู่วาม เช่น ทีมแพ้ผลงานไม่ดีแล้วต้องปลดโค้ช เพราะเรารู้ว่าการทำทีมฟุตบอลต้องใช้เวลา แต่ขอให้เขาเริ่มต้นไปตามแนวทางและนโยบายของเรา ต้องทำบอลให้มีรูปทรงเป็นตัวของเราเอง

กลับลำ! “กาบิโกล” ไม่สนย้ายไป “หงส์แดง” หลังเริ่มแฮปปี้ในรังงูใหญ่


กาเบรียล บาร์บอซ่า หัวหอกของ อินเตอร์ มิลาน ยืนยันว่ายังมีความสุขดีในถิ่น ซานซีโร และไม่สนใจข่าวลือกับ ลิเวอร์พูล แต่อย่างใด

โดย หัวหอกวัย 20 ได้ออกมางอแงว่าต้องการย้ายทีมในช่วงต้นฤดูกาลหลังจากไม่ค่อยมีโอกาสลงสนามนัก หากแต่นี้เขาก็มีความสุขมากขึ้นเมื่อทุกอย่างเริ่มลงตัวแล้ว

“แม้มันจะหนาวไปหน่อยแต่ผมก็แฮปปี้ดีกับที่นี่” กาบิโกล กล่าว “ทุกคนพยายามช่วยผมพร้อมให้คำแนะนำเป็นอย่างดี”

“ตอนนี้ผมได้ลงเล่นกับซูเปอร์สตาร์ที่ก่อนหน้าเคยเจอแค่ตอนเล่น วีดีโอ เกม เท่านั้นมันอะเมซซิงมากๆ ทำให้ยินดีสุดๆ ในการสวมเสื้อ อินเตอร์”

“ตอนนี้ทุกอย่างดีขึ้นเรื่อยๆ พร้อมตัวเองยังรู้สึกแข็งแกร่ง, รวดเร็วและยังซึมซับความเป็นอิตาเลียนมากขึ้นด้วย ความเข้าใจระหว่างผมกับโค้ชรวมถึงเพื่อนร่วมทีมมันพัฒนาอยู่ตลอด”

“ตอนนี้ผมมีโอกาสลงสนามเรื่อยๆ แล้วและหวังว่าจะสามารถลงซ้อมในแบบที่เหมาะสมได้แบบนี้ต่อไป”

เจ้าบุญทุ่ม! หุ้นส่วนเสือใต้ปูด “ผีแดง” ยื่นซื้อ “มุลเลอร์” จริง 85 ล้านปอนด์


แยน-คริสเจียน ดรีเซน หุ้นส่วนทางการเงินของ บาเยิร์น มิวนิค ออกมาเผยว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ยื่นซื้อ โธมัส มุลเลอร์ ด้วยค่าตัวถึง 85 ล้านปอนด์ ในช่วงซัมเมอร์ ที่แล้ว

โดย ปีศาจแดง เองได้ตกเป็นข่าวกับ มุลเลอร์ มาอย่างยาวนานอย่างไรก็ตามเมื่อไม่มีสัญญาณตอบรับจากฝั่ง เสือใต้ พวกเขาก็เลือกจะเพิ่มเงิน 4 ล้าน รวม 89 ล้านปอนด์ ก่อนคว้า ปอล ป็อกบา มาด้วยราคาสถิติโลกแทน

“มันมีเหตุการณ์อะไรแบบนั้นนั่นแหละ” ดรีเซน กล่าว “มีแฟกซ์มาจากประเทศอังกฤษ แต่สำหรับเราก็จะไม่มีการเจรจาซื้อขาย มุลเลอร์ เกิดขึ้น”

“เขาคือคนที่ใช่สำหรับ บาเยิร์น มิวนิค มันคงเป็นเรื่องโง่มากหากเรายอมปล่อย มุลเลอร์ เพื่อกำไรในระยะสั้นแบบนั้น”

อย่างไรก็ตามซีซั่นนี้ภายใต้การทำทีมของ คาร์โล อันเชล็อตติ มุลเลอร์ ก็ยังมีผลงานที่ไม่ค่อยดีนัก แม้ล่าสุดจะช่วย บาเยิร์น มิวนิค ยิงปิดท้ายจนชนะ อาร์เซนอล 5-1 ใน ยูฟ่า แชมเปียนลีก ได้ก็ตาม