จวกเละ! คอมเมนต์แฟนหงส์แดง หลังทีมรักพ่าย พาเลซ คาบ้าน

 

 

แฟนบอลทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล แห่แสดงความเห็นหลังจบเกมที่ทีมรักพ่ายต่อ คริสตัล พาเลซ 1-2 ในศึกพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เมื่อวันที่ 23 เม.ย. ผ่านทางโลกโซเชียลทั้ง ทวิตเตอร์ และ แฟนเพจของสโมสร งานนี้บอกได้เลยว่าแต่ละคนแสบๆทั้งนั้น

@deanvannguyen จิตวิญญาณของผมคงได้รับความเจ็บปวดทุกวันจาก 2 ประตูของ เบนเตเก้ สวัสดียูโรป้า ลีก, เพื่อนเก่าของผมเอง

@fucksakedanni เมื่อผลการแข่งขันออกมาแบบนี้ ก็ถึงเวลาของข่าวลือว่าทีมเราจะคว้าตัวยอดนักเตะที่ไม่มีทางเกิดขึ้นจริง

Liam Teasdale มันห่วยมากโดยเฉพาะการคุมพื้นที่ เราปล่อยให้ เบนเตเก้ ได้เล่นอย่างอิสระ, เจอร์เก้น ต้องซื้อกองหลังระดับท้อป และขอร้องล่ะ เราไม่ต้องการอะไรจากเซาแธมป์ตั้นอีกแล้ว

Patrick Glover เกมรับเราอ่อนมาก, ด้านร่างกายก็ไม่แข็งแกร่งพอที่จะรับมือกับเบนเตเก้ได้ ส่วนเรื่องตัวสำรองนั้นไม่ต้องพูดถึง คล็อปป์ มีงานให้ทำอีกมากเพื่อพัฒนาทีม

Keagan Daries เกมนี้แสดงให้เห็นแล้วว่า ลอฟเลน ก็เป็นแค่กองหลังระดับกลางๆ โดยเฉพาะประตูที่สองที่เราเสียในเกมนี้ คล็อปป์ มาที่นี่ได้ปีครึ่งแล้ว แต่ก็ดูเหมือนว่าเรากำลังจะเสียถึง 50 ประตูในฤดูกาลนี้ เกมรับของเราไม่มีการพัฒนาขึ้นเลย

Frank Robert Jacobsen เป็นอีกเกมที่ทีมจากครึ่งล่างของตารางเอาชนะลิเวอร์พูลได้ คล็อปป์ ต้องใช้เวลาอีกเท่าไรเขาถึงจะรู้ว่าตัวเองต้องมีแผนสำรอง เขาขายเบนเตเก้ออกจากทีมและวันนี้ เบนเตเก้ ทำ 2 ประตู ผมหวังว่าเขาจะเก็บ ซาโก้ ไว้ เพราะเขาเป็นนักเตะที่มากกว่าคำว่าดีพอสำหรับทีม และทีมก็จำเป็นต้องมีเขา หากเราได้ไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้า

คนร้ายอ้างเป็นตำรวจปส. ใช้มีดจี้สาวจะอุ้มขึ้นรถ เผยรู้ตัวแล้วระดมล่าหาตัว

 

 

วันที่ 24 เม.ย. ร.ต.อ.ฉลอง บัวทอง ผบ.ร้อย ตชด.434 ร.ต.อ.สมร สิงห์อ้น รอง ผบ.ร้อยฯ ร.ต.อ.ญาณภัทร เพชรทอง รอง ผบ.ร้อย ได้ทำการช่วยเหลือ น.ส.กัญญา โสภาพาน อายุ 36 ปี หลังจากที่ถูกชาย 2 คน อายุประมาณ 30-40 ปี อ้างเป็นตำรวจปราบปรามยาเสพติด ขับรถยนต์กระบะอีซูซุ ตอนครึ่ง สีฟ้าเทา หมายเลขทะเบียน ผจ 1440 สงขลา ตามประกบและเรียกตรวจค้น แต่กลับใช้อาวุธมีดจี้บังคับและกระชากตัว ชิงเงินสด 2,000 บาท สร้อยคอทองคำหนัก 50 สตางค์ 1 เส้น และพยายามอุ้มตัวขึ้นรถกระบะ และขโมยรถจักรยานยนต์

น.ส.กัญญาเปิดเผยว่า เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 23 เม.ย. บนถนนสายจะนะ-นาทวี บ้านคู หมู่ 1 ต.คู อ.จะนะ จ.สงขลา ถูกชาย 2 คน จี้บังคับตนดิ้นหลุดและวิ่งหนี แบบไม่คิดชีวิต ได้มาพบกับเจ้าหน้าที่ ตชด.ชุดลาดตระเวนผ่านมาให้การช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ได้ขับรถติดตามคนร้ายจนทันและทิ้งรถกระบะหลบหนี บริเวณริมถนนเลียบคลองชลประทานหน้าศูนย์ปรึกษาปอเนาะโคกประดู่ หมู่ 1 ต.คู เจ้าหน้าที่จึงยึดรถเอาไว้พร้อมโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง

น.ส.กัญญากล่าวว่า ตนได้ขับรถจักรยานยนต์กลับบ้านพักเพียงลำพัง เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุได้มีคนร้าย 2 คน ขับรถกระบะปาดหน้าให้หยุด แล้วหนึ่งในคนร้ายซึ่งใช้ผ้าคาดหน้าครึ่งหน้า ได้ลงจากรถมากระชากตัวขอตรวจค้น บอกว่าเป็นตำรวจปปส. ใช้อาวุธมีดจี้บังคับเอาเงินสด2,000 บาทและสร้อยคอ 50 สตางค์และยังพยายามจับตัวขึ้นรถแต่ดิ้นหลุด

ร.ต.อ.สมร กล่าวว่า ตำรวจทราบเบาะแสของคนร้ายที่ก่อเหตุทั้งสองคนแล้ว จากการขยายผลรถกระบะที่ยึดได้พบว่าเป็นรถของแม่ยายหนึ่งในคนร้ายที่ยืมมา และก่อนหน้านี้เคยเกิดเหตุในลักษณะนี้มาแล้วครั้งหนึ่งบนเส้นทางเดียวกัน จึงน่าเชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นรายเดียวกันจะติดตามตัวมาสอบสวน

แม่โฮรับศพลูก เหยื่อพ่อฆ่าผูกคอ สลด2ศพ ที่”ภูเก็ต” เซ่นพิษหึง วอนหยุด แชร์คลิป

 

 

แม่โฮรับศพลูก หลังเหตุพ่อผูกคอลูกน้อยวัย 11 เดือนโพสต์คลิปลงเฟซบุ๊ก ประชดภรรยาที่มีปากเสียงกัน ก่อนผูกคอตายตามรวม 2 ศพ เผยก่อนหน้านี้ไปหยิบโทรศัพท์ภรรยามาดู จนเกิดทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกาย จนฝ่ายหญิงต้องเผ่นออกจากบ้านทิ้งลูกสาวอยู่กับพ่อ ก่อนจะย้อนมาเก็บข้าวของและขออยู่ห่างกันสักระยะ แต่ฝ่ายชายพาลูกไปโรงแรมร้าง ผูกคอลูกถ่ายคลิปโหดโพสต์ลงเฟซบุ๊ก ก่อนผูกคอตายตาม ญาติสลดเข้ารับศพ วอนหยุดแชร์คลิป

เมื่อวันที่ 25 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 24 เม.ย. ร.ต.อ.จุลอัศว์ สุวรรณิน รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.สาคู จ.ภูเก็ต รับแจ้งเหตุคนผูกคอตายบริเวณโรงแรมร้าง หมู่ 3 ต.สาคู อ.ถลาง จ.ภูเก็ต จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ตประจำจุดเมืองใหม่

ที่เกิดเหตุบริเวณดาดฟ้าชั้น 3 พบศพ 2 ศพ ห้อยอยู่ด้านหน้าอาคาร สูงจากพื้นประมาณ 10 เมตร ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือนายวุฒิสรรค์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 21 ปี และอีกรายเป็นลูกสาววัย 11 เดือน ที่เกิดเหตุพบกระเป๋าสะพาย และขวดน้ำอัดลม 1 ขวด จึงประสานเจ้าหน้าที่วิทยาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐาน เข้าเก็บหลักฐาน

โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งจาก น.ส.จิรานุช (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 21 ปี ภรรยาของนายวุฒิสรรค์ ว่าขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามหาตัวสามีพร้อมลูกสาววัย 11 เดือน ที่หายตัวไปจากบ้านพัก โดยพบเห็นครั้งสุดท้าย ที่บ้านพักบ้านมุดดอกขาว ต.เทพกระษัตรี อ.ถลาง เนื่องจากก่อนหน้าได้มีปากเสียงกัน ก่อนพบสามีถ่ายคลิปขณะใช้เชือกแขวนคอลูกสาวห้อยลงไปจากดาดฟ้าของอาคารแห่งหนึ่ง แต่ไม่รู้พิกัดว่าอยู่บริเวณใดโพสต์ลงเฟซบุ๊ก

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงประสานไปยังสภ. ใกล้เคียง เช่นสภ.สาคู และ สภ.เชิงทะเล เพื่อออกค้นหาชายในคลิป ทั้งนี้คาดว่าเป็นอาคารร้างที่น่าจะมีความสูงพอประมาณ จนกระทั่งพบตึกร้างแห่งหนึ่งใกล้โรงแรมระดับห้าดาวย่านหาดในทอน หมู่ 3 ต.สาคู อ.ถลาง และเจอผู้ตายในสภาพดังกล่าว

ขณะที่นายสุขสันต์ (ขอสงวนนามสกุล) พี่ชายของน.ส.จิรานุช เล่าว่า นายวุฒิสรรค์ ทำงานเป็นพนักงานเช็กสินค้าของบริษัทเอกชนเกี่ยวกับส่งสินค้าจากต่างประเทศใน อ.ถลาง แต่งงานกับน้องสาว มีลูกด้วยกัน 1 คน ก่อนหน้านี้เมื่อเวลาประมาณ 03.00 น.ที่ผ่านมา นายวุฒิสรรค์ ลุกมาดูโทรศัพท์มือถือของภรรยา จากนั้นเกิดโมโหแล้วบีบคอภรรยาพร้อมพูดว่า กำลังหาวิธีว่าจะฆ่าด้วยวิธีไหน ทำให้น้องสาวตนต้องหนีไปนอกบ้าน ต่อมาอีกวันน้องสาวตนชวนตนมาเก็บของ พร้อมกับมาตกลงกันว่าจะแยกกันอยู่กับนายวุฒิสรรค์สักพัก

เเต่พอมาถึงก็พบว่านายวุฒิสรรค์พาลูกสาวออกจากบ้าน และสวนทางกัน ซึ่งขณะนั้น ยังพูดคุยปกตินายวุฒิสรรค์ บอกว่าจะไปธุระข้างนอก แต่หลังจากนั้นตนและน้องสาวโทร.ไปแต่ไม่รับสาย กระทั่งนายวุฒิสรรค์ โทร.กลับมาบอกว่าประมาณ 1 ทุ่มจะพาลูกสาว มาคืน ระหว่างนั้นตนเปิดเห็นคลิปในเฟซบุ๊ก นายวุฒิสรรค์ ก็แทบช็อกเมื่อพบว่ากำลังทำร้ายลูกสาว จึงรีบแจ้งญาติๆ ช่วยตามหา กระทั่งมาพบเป็นศพทั้งคู่

ซึ่งผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบเฟซบุ๊กของนายวุฒิสรรค์ พบว่ามีการโพสต์คลิปวิดีโอขณะทำร้ายลูกสาวจริง ในคลิปได้ยินเสียงกรีดร้องของเด็กและก็เงียบหายไปในที่สุด ซึ่งมีผู้คนเข้าไปวิพากษ์วิจารณ์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยถ้อยคำรุนแรง ส่วนของญาติและเจ้าหน้าที่ตำรวจขอความร่วมมือประชาชนหยุดแชร์ต่อหรือนำไปเผยแพร่ต่อ

ต่อมาช่วงเช้าวันที่ 25 เม.ย. ที่ร.พ.ถลาง ญาติเดินทางมาติดต่อรับศพนายวุฒิสรรค์ที่โรงพยาบาลเพื่อนำไปฝังตามพิธีกรรมทางศาสนาอิสลาม ที่กุโบร์นาใน อ.ถลาง ส่วนศพด.ญ.นั้น นำไปประกอบพิธีทางศาสนาพุทธ ที่วัดศรีสุนทร 3 วัน ก่อนฌาปนกิจ

ขณะที่ร.ต.อ.จุลอัศว์ เผยว่า แบ่งออกเป็น 2 คดี โดยคดีแรกเป็นคดีฆ่าคนตายโดยมีพ่อของเด็กเป็นผู้ต้องหาและอีกหนึ่งคดีเป็นคดีฆ่าตัวตาย ซึ่งคดีฆ่าคนตายคงจะจบสิ้นเพราะผู้ต้องหาได้เสียชีวิตแล้ว ด้านงานสุขภาพจิตและจิตเวชโรงพยาบาลถลางเดินทางมารอญาติผู้เสียชีวิตทั้งสองรายเพื่อเข้าสู่กระบวน การดูแลสุขภาพจิต สาเหตุเบื้องต้นนั้นเจ้าหน้าที่คาดว่า อาจเกิดความหึงหวง หรือหวาดระแวงภรรยาจนก่อเหตุขึ้น แต่ต้องรอผลการตรวจสารเสพติดจากโรงพยาบาลก่อน

คลิประทึก! ปิกอัพฝ่าสัญญาณเตือน ล้ำรางรถไฟ ติดไม้กั้นถอยหลังไม่ได้ โดนชนโครม

 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานเหตุการณ์คลิปวีดีโอจากกล้องติดด้านหน้าขบวนรถด่วนพิเศษอุตราวิถีที่ 10 เชียงใหม่-กรุงเทพได้ชนกับรถกระบะโตโยต้า สีขาวในช่วงเย็น วันที่ 23 เม.ย. ที่ผ่านมา ตรงบริเวณทางตัดมีเครื่องกั้นบนหลัก สทล.ที่ 735 ระหว่างสถานีสารภี-ป่าเส้า จ.ลำพูน บริเวณแยกทางตัดรถไฟบ้านเชตวันหนองหมู ต.อุโมงค์ อ.เมือง จ.ลำพูน โดยก่อนหน้านี้รถไฟขบวนดังกล่าวได้แล่นมาจากจ.เชียงใหม่ มุ่งหน้าจะไปกรุงเทพ

เมื่อถึงบริเวณดังกล่าว ได้ส่งสัญญาณเตือนรถกระบะคันดังกล่าวซึ่งจอดอยู่หลังเครื่องกั้น แต่คนขับก็ไม่ยอมถอยออกจากแนวรางรถไฟทำให้รถไฟเฉี่ยวหน้ารถยนต์คันดังกล่าวในที่สุดได้รับความเสียหายเจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันเข็นรถกระบะคันดังกล่าวออกจากแนวรางรถไฟเนื่องจากไม่สามารถติดเครื่องยนต์ได้ จากการสอบถามเจ้าหน้าที่อพปร. เทศบาลตำบลอุโมงค์ ที่เข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ ทราบว่าคนขับรถคันดังกล่าวเป็นผู้หญิง ได้ขับรถมาจากจังหวัดลำพูนตามถนนเลี่ยงรถไฟมุ่งหน้าไปยังเชียงใหม่ ซึ่งได้เลี้ยวซ้ายข้ามรางรถไฟ บริเวณดังกล่าว เป็นช่วงเวลาที่รถไฟแล่นผ่านบริเวณดังกล่าวและมีสัญญาณให้หยุดรถ แต่คนขับรถคันดังกล่าวได้เร่งเครื่องรถพยายามจะข้ามรางรถไฟได้แต่ไม่พ้น เนื่องจากที่กั้นกำลังทำงาน อีกทั้งท้ายรถติดกับเครื่องกั้นจึงไม่สามารถถอยรถได้ จึงทำให้ถูกรถไฟชนอย่างแรง

ด้านนายสมคิด ลีลอย นายสถานีรถไฟเชียงใหม่ เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ครั้งนี้ เห็นได้ชัดเจนว่ารถกระบะคันดังกล่าวได้จอดล้ำเครื่องกั้นเข้ามาหลังจากเครื่องกั้นทำงานแล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคนขับรถฝ่าฝืนสัญญาณเตือนอย่างชัดเจนเนื่องจากรถคันดังกล่าวจอดอยู่หลังเครื่องกั้น ซึ่งก่อนที่รถไฟจะแล่นผ่านมาถึงแยกดังกล่าว ประมาณ 1200 เมตร เซ็นเซอร์จะทำงานโดยจะมีสัญญาณเสียงและสัญญาณไฟ เตือนผู้ที่ใช้รถใช้ถนน นานประมาณ 1 นาที ก่อนที่เครื่องกั้นจะลงกั้นถนน ไม่ให้รถข้ามรางรถไฟ ซึ่งจากการสอบสวนทราบว่ารถกระบะคันดังกล่าวพยายามที่จะฝ่าเครื่องกั้นแต่ไม่คนขับไม่กล้าขับข้ามรางรถไฟและจะถอยรถก็ถอยไม่ได้เนื่อองจากท้ายรถติดกับแขนเครื่องกั้น ทำให้หน้ารถอยู่ในแนวรางรถไฟ ซึ่งขณะนั้นคาดว่าคนขับคิดว่าน่าจะถูกรถไฟชนอย่างแน่นอนจึงเปิดเดินออกจากจากรถปล่อยให้รถยนต์ถูกรถไฟชนในที่สุด

นายสถานีรถไฟเชียงใหม่ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับเส้นทางรถไฟสถานีเชียงใหม่ ถึงสถานีลำพูน มีระยะทางเพียง 20 กิโลเมตร สองข้างรางรถไฟมีถนนเลียบรถไฟ 2 เส้นและมีทางตัดข้ามรางรถไฟ 21 จุดโดยการรถไฟได้ทำเครื่องกั้นและสัญญาณต่างๆเพื่อแจ้งเตือนทั้ง 21 จุด ดังนั้นจึงของให้ประชาชนที่สัญจรไปมาบนถนนสายดังกล่าวใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ไม่ควรฝ่าฝืนกฎจราจรและสัญญาณต่างๆ ควรจอดรถห่างจากรางรถไฟอย่างน้อย 5 เมตรเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุจากการถูกรถไฟชน

เนื่องจากโบกี้รถไฟมีน้ำหนักมากใช้ระยะทางในการหยุดรถประมาณ 800-1000 เมตร จากคลิปวีดีโอดังกล่าวจะเห็นได้ว่าพนักงานขับรถไฟพยายามส่งสัญญาณเตือนให้เจ้าของรถถอยรถจากแนวรางรถไฟแล้วแต่ท้ายรถยนต์คันดังกล่าวติดกับเครื่องกั้นทำให้ไม่สามารถถอยรถได้ ทำให้ถูกรถไฟชนในที่สุด โชคดีที่หน้ารถยนต์คันดังกล่าวเลยเข้าแนวรางรถไฟไม่มากไม่อย่างนั้นตัวรถกระบะอาจจะปลิวไปชนกับโบกี้รถไฟซึ่งอาจจะเกิดการสูญเสียมากกว่านี้ก็เป็นได้

หลอน! ลูกเขยบอกวิญญาณพ่อตาเรียกให้ไปอยู่ด้วย ก่อนโดดลงอ่างเก็บน้ำจุดที่พ่อตาตาย

 

 

เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 23 เมษายน เจ้าหน้าที่มูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรม จ.อุดรธานี ได้รับแจ้งว่ามีคนจมลงไปในน้ำที่อ่างเก็บน้ำหนองสำโรง บ้านนาทราย หมู่ 6 ตำบลบ้านเลื่อม อ.เมืองอุดรธานี จึงรีบไปตรวจสอบพร้อมด้วยชุดประดาน้ำของมูลนิธิฯ

ที่เกิดเหตุพบน.ส.บังอร นาสีดา อายุ 35 ปี ชี้จุดให้กับเจ้าหน้าที่งม ซึ่งเป็นจุดที่คาดว่านายชาญณรงค์ โคตรชุม อายุ 36 ปี สามีจมน้ำ โดยนางบังอรได้จุดธูปเทียนบอกกล่าวเจ้าที่และวิญญาณพ่อของตนเอง ให้เจ้าหน้าที่สามารถงมร่างของสามีเจอ เพื่อจะได้นำประกอบพิธีทางศาสนา

น.ส.บังอรเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้เมื่อ 2 วันช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา ตนและสามีได้เดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดของสามีที่ขอนแก่นแล้วจึงเดินทางกลับมาหาแม่ที่บ้านที่อุดรฯ ซึ่งสามีบอกว่าเห็นวิญญาณพ่อของตนมาตามไปอยู่ด้วย ตอนนั้นคิดว่าสามีพูดเพ้อเจ้อด้วยความเมา ต่อมาเที่ยงคืนวันที่ 21 เม.ย.นี้ สามีได้บอกว่าวิญญาณพ่อตาเรียกไปอยู่ด้วยอีกเป็นครั้งที่สอง แล้วสามีก็วิ่งออกจากบ้าน ลงมาที่อ่างเก็บน้ำหนองสำโรง

น.ส.บังอรกล่าวว่า ตนได้วิ่งตามลงมาก็ไม่ทันเนื่องจากมืดด้วย พยายามร้องเรียกให้สามีขึ้นมา แต่ก็ไม่ผล รุ่งเช้าก็ได้ลงมาดูอ่างเก็บน้ำก็ไม่พบ จึงได้ไปบอกผู้ใหญ่บ้าน ให้ชาวบ้านช่วยกันออกตามหาทุกที่ แม้แต่วัดก็ไม่พบ หมดหนทาง ตนก็เลยไปหาหมอดูร่างทรงหลายคน ซึ่งทุกคนบอกว่าสามีของตนเสียชีวิตแล้ว จมลงอยู่ในน้ำที่อ่างเก็บน้ำ เนื่องจากพ่อตาต้องการเอาไปอยู่ด้วยกัน

น.ส.บังอรกล่าวต่อไปว่า พ่อของตนได้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่ขับขี่รถจยย.พ่วงข้างตกลงไปในอ่างเก็บน้ำหนองสำโรงเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา ใกล้กับจุดที่สามีของตนวิ่งลงมาที่อ้างเก็บน้ำ ตนเชื่อว่าในตอนนี้สามีคงเสียชีวิตไปแล้วก็อยากได้ศพสามี เพื่อจะนำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี ถึงแม้ว่าในวันนี้จะพบร่างสามีก็ตาม ตนจะทำทุกวิธีทาง เพื่อจะได้เจอร่างสามี ดังกล่าว

ทางชุดประดาน้ำของมูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรมได้งมหาร่างของนายชาญณรงค์ในอ่างเก็บน้ำ ทั้งสองจุดที่น้ำลึกประมาณ 10 เมตร และ 30 เมตรที่คาดว่าผู้สูญหายจมลงไป ใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมงก็ไร้วี่แวว จึงได้ถอนกำลัง เนื่องจากใกล้ค่ำด้วย ซึ่งจะทำการปรึกษากับผู้บริหารของมูลนิธิในการวางแผนค้นหาผู้สูญหายที่คาดว่าจมลงไปในน้ำ วันที่ 24 เม.ย.ต่อไป

คุมตัว ‘หมูหยอง’ ฝากขังศาลคดีเด็ก ตร.รู้แหล่งขายเก๋งหนุ่มหล่อ เร่งตามยึดคืน

 

 

จากกรณีนายนิรันดร์ หรือ รัน สร้อยสูงเนิน อายุ 25 ปี หนุ่มหล่อชัยภูมิหายตัวปริศนาไปนาน 18 วัน กระทั่งมีคนมาพบเป็นศพถูกฆ่าฝังดินบริเวณแปลงปลูกป่ายูคาลิปตัส ท้ายวัดโสกตลับ หลังหมู่บ้านโสกตลับ ต.โคกสูง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ตำรวจ สภ.เมืองชัยภูมิ สอบญาติแจ้งว่าหายตัวไปพร้อมรถเก๋งมิตซูบิชิ มิราจ สีขาว ทะเบียน 3 กท-4210 กทม. ระหว่างเดินทางจากกรุงเทพฯ เพื่อกลับชัยภูมิ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 8 เม.ย.ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุตร.เช็กสัญญาณโทรศัพท์อยู่บริเวณ อ.จัตุรัส รวมทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดของที่พักแห่งหนึ่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมกันไล่ล่า 2 ผู้ต้องหาคือนายหมูหยอง อายุ 18 ปี ชาวจ.บุรีรัมย์ และนายวัชระ สาแก้ว อายุ 22 ปี หรือน๊อต อยู่บ้านเลขที่ 275 หมู่2 บ้านกุดเหม่ง ต.ชีลอง อ.เมืองชัยภูมิ ที่สังหารโหดนายนิรันดร์ ก่อนเผาและฝังเพื่ออำพรางคดี ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 29 เม.ย. ชุดสืบสวนและชุดคลี่คลายคดี ส่งตัวนายหมูหยอง ให้พ.ต.ท.ณัฐพล กิ่งโชค หน.พนักงานสอบสวน สภ.เมืองชัยภูมิ ดำเนินคดีในข้อหารวมกันกระทำความผิดฐาน ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน และซ่อนเร้นย้ายหรือทำลายศพ หรือส่วนของศพ เพื่อปิดบังการเกิดการตาย หรือเหตุแห่งการตายและฆ่าชิงทรัพย์ โดยไต่ตรองไว้ก่อน หลังสอบสวนเจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวนายหมูหยอง อายุไม่เกิน 18 ปี จึงไปส่งฟ้องฝากขัง ที่ศาลคดีเด็กและเยาวชนจังหวัดชัยภูมิ

ซึ่งหลังเสร็จสิ้นการปิดคดีอุ้มฆ่าโหดเผาฝังดินหนุ่มหล่อชัยภูมิ รายนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในส่วนรถยนต์ของผู้ตาย ขณะนี้ล่าสุดทางด้าน จนท.ตร.ชุดกองปราบติดตามและทราบจุดที่อยู่ของรถผู้ตายในเต็นท์รถแห่งหนึ่งในเขตกรุงเทพฯ โดยจะได้แล้วตามยึดคืนกลับมาด้วยเช่นกัน และส่วนที่ยังคงหลงเหลืออยู่จากความสูญเสียของครอบครัวหนุ่มหล่อ ที่ต้องมาเสียบุตรชายเสาหลักของครอบครัวไป และผลของการกระทำของผู้ก่อเหตุครั้งนี้ที่มีการกระทำของเด็กและเยาวชน ที่นับวันในปัจจุบันมักมีการก่อเหตุอย่างโหดเหี้ยมรุนแรงสูงมากขึ้น

นายวิชิต ภิรมยาภรณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม กล่าวในฐานะผู้ที่เกี่ยวข้องต่อการกระทำผิดเกี่ยวกับคดีเด็กเยาวชนและครอบครัว ให้ความเห็นว่า เรื่องการก่อเหตุคดีซ้ำๆหลังออกจากสถานพินิจ ออกมาน่าจะกลับตัวได้ในระยะเวลา 1-2 ปี ที่จะต้องให้ความสำคัญในการมีการจัดการสงเคราะห์ หน่วยเจ้าหน้าที่คุมประพฤติเข้าไปช่วยสอดส่องดูแลให้มากขึ้น

โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่มีการเคยก่อคดีรุนแรงฆ่าชิงทรัพย์ผู้อื่น ที่ส่วนใหญ่มักจะพบปัญหาคือไม่มีพ่อแม่ดูแล ครอบครัวแตกแยก และมักมีปัญหาเกี่ยวกับยาเสพติด อย่างกรณีของนายหมูหยอง และพี่ชาย ที่ทั้ง 2 ก็ไม่มีพ่อแม่ช่วยดูแล ต้องอยู่กับป้า กับยาย มาแต่เด็ก เมื่อกลับไปอยู่กับครอบครัวไม่มีคนที่จะช่วยดูแลได้ดีพอ ก็จะมักกลับไปก่อเหตุที่เคยทำรุนแรงซ้ำได้อีก ซึ่งเรื่องนี้ปัญหาครอบครัวเด็กขาดผู้นำพ่อแม่ไม่มีความอบอุ่นส่วนหนึ่งก็กำลังกลายเป็นปัญหาของสังคม ที่เกิดวิกฤตการใช้ความรุนแรงเยาวชนไทยในปัจจุบัน เป็นจำนวนมากขึ้นด้วย และอยากให้ทุกฝ่ายช่วยกันให้ความสำคัญกับเด็กในกลุ่มนี้มากขึ้นอีกด้วยต่อไป

ยาย”ไอ้น็อต”ร่ำไห้เปิดใจถึงหลานกำพร้า “มึงได้เห็นหน้ากูครั้งนี้ครั้งสุดท้ายแล้ว”

 

 

เมื่อเวลา 13.30 น.  พ.ต.ท.ณัฐพล กิ่งโชค รองผกก.หน.พนักงานสอบสวน ได้นำตัวนายวัชระ สาแก้ว อายุ 22 ปี หรือไอ้น็อต ผู้ต้องหาคดีสังหารนายนิรันดร์ หรือรัน สร้อยแก้ว อายุ 25 ปี หนุ่มหล่อ เดินทางไปที่หอพักแห่งหนึ่ง ชุมชนคลองลี่ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ เพื่อทำแผนนาทีสังหารเหยื่อ โดยมีนายสาทิตย์ หรือหมูหยอง สาแก้ว น้องชายเป็นคนจ้วงแทงนายนิรันดร์จนเสียชีวิต โดยสารภาพว่าวางแผนจะฆ่าชิงรถเก๋งตั้งแต่วันที่ 5 เม.ย. จึงโทรล่อลวงผู้ตายมาพบแล้วให้นายสาทิตย์เป็นคนจ้วงแทงนับ 10 แผล

นายวัชระให้การว่า เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 8 เมษายน ที่ผ่านมา นายหมูหยอง และ นายนายวัชระ หรือ น็อต สาแก้ว อายุ 22 ปี สองพี่น้อง ได้รับโทรศัพท์จากนายนิรันดร์ผู้ตาย ให้ไปรอที่ผับดังในตัวเมืองชัยภูมิ โดยทั้งสามได้ชวนกันไปดื่มกินเหล้าในผับดังจนเมาได้ที่ นายหมูหยองและนายวัชระ สองพี่น้องได้วางแผนฆ่าชิงทรัพย์นายนิรันดร์ ผู้ตาย

โดยให้นายหมูหยองน้องชายชักชวนนายนิรันดร์ผู้ตายให้มานอนที่หอพักแห่งหนึ่งบริเวณสระหนองปลาเฒ่า บ้านคลองลี่ ตั้งอยู่ด้านข้างศาลเจ้าพ่อพระยาแล ต.ในเมือง จ.ชัยภูมิ ต่อมาหลังจากนายหมูหยอง เปิดประตูห้องให้นายวัชระ พี่ชายเข้ามาในห้องตรงเข้าจับล็อกตัวนายนิรันดร์ ผู้เสียชีวิตไว้ ให้นายหมูหยอง น้องชายลงมือใช้มีดปลายแหลมจ้วงแทงนายนิรันดร์อย่างเหี้ยมโหดจนเลือดสาดไปทั่วห้อง ขาดใจตายอย่างทรมานภายในหอพักแล้วก็รื้อค้นเอาทรัพย์สินต่างๆ ก่อนจะให้นายวัชระพี่ชายไปหาจอบและเสียมข้างๆหอพักฯมาแล้วนำผ้าห่มสีแดงมาห่อร่าง หิ้วไปใส่รถเก๋งของผู้ตาย ขับนำไปยังป่ายูคาท้ายหมู่บ้านโสกตลับ ต.โคกสูง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ที่อยู่ห่างจางจากหอพักฯ ออกไปประมาณ 5 กม.

ต่อจากนั้นเจ้าหน้าที่คุมตัวนายน็อตไปที่บ้านของยายที่บ้านกุดเหม่ง ต.ชีลอง อ.เมืองชัยภูมิ ซึ่งเป็นจุดที่นายน็อตนำจอบมาทิ้งไว้ที่บ้านแล้วล้างคราบเลือด ซึ่งตอนที่ตำรวจคุมนายน็อตมาทำแผนนั้น ได้พบกับยายที่เลี้ยงดูนายน็อตและนายหมูหยองมาตั้งแต่เกิด ซึ่งยายกล่าวว่า ทั้งคู่เป็นเด็กกำพร้าน่าสงสาร พ่อแม่ไม่มี ยายเลี้ยงมาตั้งแต่เล็กๆ เป็นคนดี นายน็อตเป็นคนไม่ค่อยเต็ม ไม่ทันคน ใครลากไปไหนก็ไป

จากนั้นยายหันไปพูดกับนายน็อตว่า “มึงไปทำแบบนี้ทำไม มึงจะได้เห็นหน้ากูครั้งนี้ครั้งสุดท้ายแล้ว กว่าพวกมึงจะออกจากคุกกูคงตายไปก่อนแล้ว”

จุดสุดท้ายเป็นจุดที่นายน็อตและนายหมูหยองนั่งวางแผนว่าจะฆ่าชิงรถเก๋งผู้ตาย โดยวางแผนกันเมื่อวันที่ 5 เม.ย.ที่ร้านขายของชำในหมู่บ้าน ห่างจากบ้านพักประมาณ 500 เมตร หลังทำแผนเสร็จ เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายน็อตกลับไปขังที่โรงพักทันที

รวบยกแก๊ง ตุ๋นไมโลคิวบ์ เปิดเฟซรับโอน วันเดียว2แสนบาท

 

 

กองปราบฯรวบแก๊งตุ๋นขาย “ไมโลคิวบ์” 4 ผู้ต้องหาจนมุมที่บ้านเช่าในจ.ราชบุรี เผยเปิดเฟซบุ๊กหลอกตุ๋นเหยื่อ อ้างนำเข้าจากมาเลย์ในราคาถูกกว่าท้องตลาด มีเหยื่อหลงชื่อโอนเงินสูญร่วม 2 แสนบาท สอบสวนรับสิ้น จะนำเงินไปใช้หนี้ที่กู้มาสู้คดีทำร้ายร่างกาย พอเปิดเฟซบุ๊กวันเดียวมีคนโอนมาร่วม 2 แสน จึงรีบปิด เฟซบุ๊กหนีจนมาถูกจับ ผบก.ป.เตือนซื้อของออนไลน์ต้องระวัง โดยเฉพาะของถูกมากๆ ให้คิดว่าหลอกลวงไว้ก่อน

จากกรณีโลกออนไลน์มีการแชร์เหตุการณ์ความเสียหาย โดยผู้ใช้เฟซบุ๊ก “หาญศึก ตั้ม โปรเจ็กเตอร์ แลพิทักษ์” โพสต์ข้อความเตือนภัยแก๊งหลอกขาย “ไมโลคิวบ์” อ้างว่านำเข้าไมโลคิวบ์จากมาเลเซียมาได้ในราคาถูกเพราะมีพ่อเป็น ตม.ที่ด่านสะเดา โดยใช้ชื่อเฟซบุ๊กว่า “ความ ทรงจำ” ชื่อเล่นว่า “น้ำ” โดยเจ้าตัวสั่งสินค้าเป็นจำนวนเงิน 167,900 บาท แต่หลังจากโอนเงินไปก็โดนบล็อกเฟซ ปิดเครื่อง ปิดไลน์ ติดต่อไม่ได้ ต่อมาจึงรู้ว่ามีผู้ตกเป็นเหยื่ออีกหลายราย มูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท

ล่าสุด ตร.สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้แล้ว โดยเมื่อเวลา 10.30 น. ที่กองปราบปราม พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผกก.4 บก.ป. และเจ้าหน้าที่กก.4 บก.ป. ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมตัวนายวุฒิพงษ์ เหมมาลา, นางสาวนริศรา ลิ้มฉาย, นายวัชรินทร์ จันทร์หอม และนายนวพล ลิ้มฉาย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 991-994/2560 วันที่ 22 เม.ย.2560 ในฐานความผิด “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ” ภายหลังติดตามจับกุมได้ที่บ้านไม่มีเลขที่ ใน อ.วัดเพลง จ.ราชบุรี

พล.ต.ต.สุทินเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากพล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. มอบหมายสั่งการกองปราบปรามติดตามจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาที่ร่วมกันหลอกขาย “ไมโลคิวบ์” ผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีผู้เสียหายหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อหลายราย มีมูลค่าความเสียหายกว่า 2 แสนบาท โดยพฤติการณ์ของกลุ่มผู้ต้องหา จะเปิดเฟซบุ๊กชื่อ “ความทรงจำ” โดยจะมีนายวุฒิพงษ์ และนางสาวนริศรา ทำหน้าที่เป็นคนที่จะคอยพูดคุยชักชวน โดยโฆษณาขายจำนวน 24 ถุง หรือ 1 ลัง ในราคา 6 พันกว่าบาท จากราคาปกติราคา 7,500-9,000 บาท จนมีลูกค้าที่หลงเชื่อในเฟซบุ๊ก และเมื่อลูกค้าตกลงซื้อจะให้โอนเงินเข้าบัญชีชื่อนายวัชรินทร์ ก่อนที่นายวัชรินทร์ และนายนวพล จะทำหน้าที่ไปกดเงินออกจากบัญชีทันทีที่ผู้เสียหายโอนเงินเข้ามา

เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งหมดรับสารภาพ โดยสาเหตุคือต้องการหาเงินมาใช้หนี้เงินกู้ จำนวน 6 หมื่นบาท ที่นำมาใช้สู้คดีทำร้ายร่างกาย โดยเมื่อได้เงินจากที่ลูกค้าโอนเข้ามารวมกว่า 2 แสนบาท ภายใน 1 วัน ก็ตัดสินใจปิดเฟซเนื่องจากได้เงินตามที่ต้องการ ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมได้ อย่างไรก็ตาม ฝากถึงประชาชนที่ซื้อสินค้าออนไลน์ให้ตรวจสอบความน่าเชื่อถือ อย่าหลงซื้อเพียงเพราะเห็นว่าถูกกว่าท้องตลาด เนื่องจากสินค้าทั่วไปจะถูกกว่าท้องตลาดมากๆ เป็นไปไม่ได้ ขอให้คิดว่าเป็นการหลอกหลวงไว้ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ

ตี๋อ้วน งานเข้า มิจฉาชีพแอบอ้างชื่อตุ๋นร้านอาหารขอเงินบริจาค โร่แจ้งความ เตือนไม่เคยเรี่ยไรเงิน

 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “ตี๋อ้วน” หรือ นายนำชัย จรรยาฐิติกุล พิธีกรรายการอาหาร “ตี๋อ้วนชวนหิว” ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดี หลังจากพบว่า มีมิจฉาชีพแอบอ้างนำชื่อของตน และรายการ ไปหลอกให้ร้านอาหารต่างๆ โอนเงินทำบุญโลงศพ จำนวน 1,250 บาท ซึ่งตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย

โดย “ตี๋อ้วน” เปิดเผยกับข่าวสดออนไลน์ ว่า ได้ทราบเรื่องจากร้านอาหาร ที่อินบ้อกเข้ามาในเพจ ว่า พรุ่งนี้มีไปทำบุญหรือไม่ เพราะจะโอนเงินเข้ามาให้ ซึ่งมีผู้อ้างว่า ตนจะนำเงินไปทำบุญกองละ 1,250 บาท เป็นผ่าห่อศพ 450 บาท โลง 800 บาท โดยจะมีรถบัสออกจากสวนลุม 2 คัน และรถตู้ 7 คัน จะส่งรถมารับที่บ้าน ซึ่งตนตกใจมาก จึงพยายามเช็คดู และทราบว่า มีการแอบอ้างในลักษณะดังกล่าวจำนวนหลายร้าน ซึ่งมีที่เราไม่ทราบอีกไม่รู้เท่าไหร่ โดยเมื่อเช้าที่ผ่านมา ตนได้โทรไปเบอร์ ที่นำชื่อตนไปหลอกลวงก็ยังเปิดเครื่อง พบว่าเป็นผู้หญิงน่าจะมีอายุ อ้างว่าไม่รู้จักกับคนที่ใช้ชื่อว่า “หน่อย” ซึ่งเป็นชื่อที่ใช้ในการหลอกลวงดังกล่าว จากนั้น เมื่อตนพูดสาย และด่าว่าทราบเรื่องหมดแล้ว ก็พบว่าบุคคลดังกล่าว ปิดเครื่องทันที

“ทุกครั้งที่ตนไปถ่ายรายการไม่เคยเรียกเก็บเงินร้านอาหารแต่อย่างใด ที่ผ่านมา พบว่ามีมิจฉาชีพเอาชื่อตนไปแอบอ้างหลายครั้ง เช่นอัดรายการตนใส่ซีดี และไปเรียกเก็บเงินภายหลัง หรือ แอบอ้างว่าจะพาไปออกรายการแล้วขอเงินค่ารถตู้ ซึ่งยืนยันว่า หากเป็นรายการของตนจริงไม่เคยมีการเรียกเก็บเงินใดๆ ทั้งนี้ พบว่า การเอาชื่อไปหลอกให้ทำบุญ มีร้านบัวลอย แจ้งเข้ามาว่า ปีก่อนมีการเรียกทำบุญ 800 บาท และปีนี้ เปลี่ยนเป็น 1,250 บาท ขณะนี้ มีชื่อ เลขที่บัญชีทุกอย่าง และได้นำไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว”
คุณตี๋อ้วน กล่าวต่อว่า เชื่อว่าอาจจะมีอีกหลายร้านที่โดนหลอกลักษณะดังกล่าว แต่เห็นว่าเป็นเงินจำนวนเพียงเล็กน้อยจึงไม่ได้ตรวจสอบหรือดำเนินการอะไร แต่หากปล่อยไว้ เงินหลักพันที่หลอกก็เป็นหมื่นเป็นแสนได้ ขอยืนยันว่า ตนไม่เคยเรี่ยไรเงินทำบุญใดๆ หากตนจะทำบุญหรือมีกิจกรรมใดๆ ตนจะประกาศในรายการ และพูดด้วยตัวเองเท่านั้น ที่ผ่านมามักจะมีเพียงการเลี้ยงอาหารเด็กกำพร้าในช่วงปีใหม่ ที่มีหลายร้านมาร่วมออกร้านร่วมกัน แต่ไม่เคยขอเงินบริจาคใดๆ

รัวยิงอก!! หนุ่มขับรถหยุดคุยกลางถนน พูดกันไม่รู้เรื่อง-ชักปืนยิงตายสยอง ศพยังคร่อมรถ

 

 

หนุ่มหยุดคุยกลางถนน คุยกันไม่รู้เรื่อง สองคนร้ายใช้อาวุธปืน รัวยิงอกดับสยอง ร่างยังคร่อมรถ ตำรวจเร่งสอบการฆาตกรรม

เมื่อเวลา 23.00 น วันที่ 24 เม.ย. ร.ต.อ.วิทยา สุทธิรัก พนักงานสอบสวน สภ.นาขยาด อ.ควนขนุน จ.พัทลุง ได้รับแจ้งว่า มีเหตุยิงกันเสียชีวิตที่บริเวณถนนดินลูกรังกลางทุ่งนาบ้านโงกน้ำ หมู่ที่ 8 ต.นาขยาด อ.ควนขนุน จ.พัทลุง จึงเดินทางไปยังที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.พินิจ ฤทธิเดช ผกก.สภ.นาขยาด และอาสาสมัครกู้ภัยศรีบรรพต

ที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบผู้เสียชีวิตทราบชื่อว่า นายกวินทรณ์ เศียรอุ่น อายุ 31 ปี อยู่หมู่ที่ 10 ต.นาขยาด อ.ควนนุน จ.พัทลุง นอนเสียชีวิตอยู่บนถนนในสภาพคร่อมรถ จยย. หมายเลขทะเบียน งคจ 99 สงขลา ที่ล้มอยู่บนถนนลูกรัง โดยสภาพศพมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .22 เข้าที่บริเวณกกหูขวา จำนวน 1 นัด และบริเวณหน้าอก 2 นัด ตรวจสอบในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจพบหัวกระสุนปืนขนาด .22 จำนวน 1 หัว จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายกวินธรณ์ ผู้ตายได้ขับขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าว ไปตามถนนลูกรังกลางทุ่งนา เมื่อถึงที่เกิดเหตุ นายกวินธรณ์ ผู้ตาย ได้พบกับคนร้ายคาดว่าน่าจะมีด้วยกัน 2 คน และผู้ตายได้หยุดรถ โดยสันนิษฐานว่าน่าจะหยุดพูดคุยกับคนร้ายเพื่อเจรจาในเรื่องบางอย่าง แต่ไม่สามารถตกลงอะไรกันได้ คนร้ายจึงใช้อาวุธปืนจ่อยิงใส่จำนวน 3 นัด จนเสียชีวิตดังกล่าว ก่อนคนร้ายจะขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป ส่วนสาเหตุในเบื้องต้นคาดว่าน่าจะมาจากเรื่องขัดแย้งส่วนตัว อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เร่งทำการสอบสวนญาติผู้ตายโดยละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดของการฆ่ากันตายในครั้งนี้ เพื่อจะได้ติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป