ลดความเสี่ยงโรคมะเร็งเต้านม

ลดความเสี่ยงโรคมะเร็งเต้านม

 

ลดมะเร็งเต้านม

 

 

1 ทำตัวให้กระฉับกระเฉง การวิจัยเร็ว ๆ นี้พบว่าผู้หญิงที่ออกกำลังกายอยู่เสมอ ๆ ตั้งแต่วัยเริ่มมีรอบเดือนมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมในช่วงก่อนวัยหมดรอบเดือนลดลงถึง 25 เปอร์เซ็นต์

โดย ศาสตราจารย์เกรแฮม โคลดิทช์ ศาสตราจารย์คลินิกทางด้านระบาดวิทยา จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยวอชิงตันกล่าวว่า “เราไม่ได้หมายถึงกีฬาหนัก ๆ แต่หมายถึงกิจกรรมเบา ๆ สันทนาการ นันทนาการ” และกล่าวต่อไปว่า “การทำตัวให้กระฉับกระเฉงอยู่เสมอช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งลงได้อย่างมีนัยสำคัญ คนที่ออกกำลังตั้งแต่อายุ 12 ปีเป็นต้นมา จะเห็นได้ว่ามีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งในช่วงก่อนวัยหมดรอบเดือนลงได้มากที่สุด เรายังสามารถลดโอกาสเสี่ยงลงได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์จากการออกกำลังวันละครึ่งชั่วโมงถึงหนึ่งชั่วโมง”
2. บริหารให้หลายหลาก การออกกำลังกายเป็นประจำและบริหารแบบหลายหลากช่วยลดความเสี่ยงลงโดยไปช่วยเผาผลาญไขมัน ซึ่งเป็นตัวผลิตเอสโตรเจนด้วยตัวเองได้ และเป็นที่ทราบกันดีว่าทำให้เกิดมะเร็งเต้านม

“การรักษามวลกล้ามเนื้อให้ได้มากที่สุด โดยการกระตุ้นจากการออกกำลังกายช่วยเราต่อสู้กับโรคภัยทุกชนิด ไม่ใช่แค่มะเร็งเต้านม” เป็นคำกล่าวของคริส แวน ฮูฟ ครูผู้ฝึกสอนการออกกำลังกาย และกล่าวต่อไปว่า “การเคลื่อนไหวร่างกายทั้งหมด เช่น การเดิน, วิ่ง, ว่ายน้ำ, เล่นเทนนิส หรือการปีนป่าย ล้วนกระตุ้นการสร้างเซลล์และช่วยระบายระบบน้ำเหลือง ยิ่งเราได้เคลื่อนไหวมากขึ้นเท่าไร สารแอนตี้ออกซิแดนท์ ก็ยิ่งกำจัดเศษซากอันตรายออกจากระบบของร่างกายได้มากขึ้น”
เดินเล่นในส่วนสาธารณะ

3 การเดินวันละชั่วโมงครึ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมในสตรีลงได้ 30 เปอร์เซ็นต์ “ในฐานะที่ตัวเองก็เป็นนักออกกำลังกายเอง ดิฉันบอกได้เลยว่ามันได้ผล” แคโรล รีโนฟ ผู้บริหารสูงสุดของมูลนิธิ National Breast Cancer Foundation กล่าว

“และไม่มีคำว่าสายเกินไปที่จะเริ่มต้น ที่สำคัญก็คือ สำหรับผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านมไปแล้ว การออกกำลังกายจะช่วยลดความเสี่ยงจากการเสียชีวิตด้วยโรคนี้ลงได้ 34 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้หากทำร่วมกับการบริหารแบบแอโรบิคและการออกกำลังให้แข็งแรงจะช่วยให้ความมั่นใจในตัวเองสูงขึ้น รูปร่างดีขึ้น และควบคุมความเครียด”
กำจัดความเครียด

ความเครียดไม่เพียงแต่ทำให้นอนหลับไม่พอเท่านั้น แต่นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งอิลลินอยส์ ในเมืองชิคาโก พบว่า คนที่มีความเครียดในลักษณะที่เรียกว่า “psychosocial stress” ซึ่งเป็นความเครียดที่ปะปนกันระหว่างความกลัวเรื้อรัง, ความกลัดกลุ้มเรื้อรัง และการแยกตัวแล้วไปทำลายระบบประสาทอัตโนมัติที่ควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจและการหายใจ ให้ผ่อนคลายและสนุกกับชีวิตเป็นประจำทุกวัน หากความเครียดมากเกินกว่าที่คุณจะรับมือได้ ให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาวิธีจัดการกับความเครียด